ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564

สหกรณ์โคนมขอนแก่น-สกลนคร ร้องจัดสรรโควต้านมโรงเรียนไม่เป็นธรรม

57 0
สหกรณ์โคนมขอนแก่น-สกลนคร ร้องจัดสรรโควต้านมโรงเรียนไม่เป็นธรรม

สมาชิกสหกรณ์โคนมขอนแก่นและสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จ.สกลนคร หารือแนวทางการเรียกร้องให้คณะกรรมการจัดสรรโควต้านมโรงเรียนทบทวนการแบ่งโควต้าให้เอกชนที่เพิ่งเปิดใหม่ ขณะนี้ภาคสหกรณ์เดือดร้อนไม่มีพื้นที่ระบายน้ำนมดิบ ประธานสหกรณ์โคนมขอนแก่นเผย หากปล่อยไว้อนาคตสหกรณ์โคนมคงอยู่ไม่ได้

11 มิถุนายน 2564  ที่ห้องประชุมสหกรณ์โคนมขอนแก่น นายคำพันธ์ ไชยหัด ประธานสหกรณ์โคนมขอแก่น พร้อมด้วย สมาชิกจากขอนแก่นและสมาชิกสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จ.สกลนคร ประชุมหารือแนวทางการแก้ปัญหา การจัดสรรโควต้านมโรงเรียนที่ไม่เป็นธรรม เพื่อสะท้อนปัญหาถึงคณะกรรมการที่ออกหลักเกณฑ์การจัดสรรนมโรงเรียนเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม 

นายคำพันธ์ ไชยหัด ประธานสหกรณ์โคนมขอนแก่น เปิดเผยว่า การออกมาหารือและเรียกร้องในวันนี้ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีการร้องเรียนไปแล้ว แต่การจัดสรรโควต้านมโรงเรียนยังคงเป็นไปตามมติเดิม คือมีการจัดสรรให้กลุ่มบริษัทเอกชนอยู่ ส่งผลให้น้ำนมจากสหกรณ์โคนมขอนแก่นคงเหลือค้างสต็อกในแต่ละวันจำนวนมาก โดยสหกรณ์โคนมขอนแก่น มีตัวเลขรับซื้อน้ำนมดิบจากสมาชิกอยู่ที่ 49.166 ตัน ต่อวันส่งจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าหลัก 2 กลุ่มแยกเป็นกลุ่มบริษัทเชิงพาณิชย์ อาทิ  อสค. ซีพี และบริษัทเอกชนตามสัญญาคู่ค้า   วันละ ประมาณ 20 ตัน คงเหลือน้ำนมอยู่ที่ 29.166 ตันต่อวัน ยื่นเข้าโครงการอาสารเสริมนมโรงเรียน เข้าสู่ระบบสัดส่วน ซึ่งได้รับสิทธิจากโครงการ 13.696 ตันต่อวัน ทำให้มีน้ำนมเหลือที่สหกรณ์ไม่มีตลาดรองรับอยู่ที่ 15 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกันกับที่ สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จ.สหกลนคร  ซึ่งนมเหล่านี้จะถูกฝากผลิตที่ อสค.,สหกรณ์โคนมสีคิ้ว หสกรณ์โคนม หนองโพธิ์ และกำแพงแสน 


 นายคำพันธ์  เผยว่า การนำเข้านมกล่องนั้นไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนเป็นเพียงการยืดอายุของนมเพิ่มออกไปเพื่อรการบริหารจัดการในวันข้างหน้า ที่สำคัญการเลื่อนเปิดเทอมก็เป็นปัญหาทำให้อายุของนมลดน้อยลงไปอีก  ส่วนอีกเรื่องที่สำคัญคือ สหกรณ์โคนมขอนแก่นต้องแบกรับปัญหาในเงินทุนที่อยู่ในรูปแบบนมพานิชย์อีกจำนวนมาก ประมาณ 70 ล้านบาท ส่งมาจากเงินกู้กรมส่งเสริมสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรที่ทางสหกรณ์แบกรับดอกเบี้ย ซึ่งหากในอนาคต โครงการอาหารเสริม นมเพื่อเด็กและเยาวชนยังไม่มีการแก้ๆไขหลักเกณฑ์ และพิจารณาในการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรตัวจริง คาดว่าเกษตรกรจะอยู่ไม่ได้ในอนาคต เพราะแบกรับภาระไม่ไหว

"เสียงสะท้อนที่ต้องการนำเสนอในวันนี้ ต้องการส่งถึง ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในการบริหารจัดการนมเพื่อเด็กและเยาวชน เป็นผู้ที่วางหลักเกณฑ์ หากยังมีการจัดสรรให้กลุ่มเอกชนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ในอนาคตสหกรณ์โคนมจะค่อยๆลดขนาดลงธุรกิจการแปรรูปก็จะเริ่มลดลงด้วย ส่งผลไปถึงสมาชิกสหกรณ์ได้รับความเดือดร้อน และอาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานจะค่อยๆหายไปจากระบบจะมีแต่เอกชนรายใหญ่เข้ามา ส่วนมติที่คณะกรรมการวางไว้นั้น ทั้งสองสหกรณ์ฯมองว่ามีหลักเกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรมกับสหกรณ์รายเล็ก ที่มีข้อจำกัดในการดำเนินงาน และมองว่าหากหลักเกณฑ์ ยังเป็นเหมือนเดิม จ.ขอนแก่นเตรียมรับโรงงานที่จะเข้ามาเบียดพื้นที่สหกรณ์โคมนมอีกประมาณ 5-6 แห่ง" นายคำพันธ์ กล่าว

เรื่องโดย พรพรรณ เพ็ชรแสน | ภาพโดย พรพรรณ เพ็ชรแสน
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend