ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

รวบครู กศน.พร้อมพวกรับจ้างขนยาส่งเครือข่ายภาคอีสาน

3.71K 1.94K

ตำรวจบุรีรัมย์รวบครูอัตราจ้าง กศน.และเป็นลูกอดีตตำรวจ พร้อมพวกรวม 3 คน รับจ้างขนยาบ้าส่งกระจายให้เครือข่ายหลายจังหวัดภาคอีสาน ได้ของกลางยาบ้ากว่า 53,000 เม็ด พร้อมอายัดรถยนต์ทรัพย์สินมูลค่ากว่าล้านบาท พร้อมขยายผลรวบเครือข่ายและเอเย่นรายใหญ่ดำเนินคดี

วันที่ 27 พ.ย. นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พ.ต.อ.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด

ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม 3 ผู้ต้องหาที่ลักลอบขนยาเสพติดมาส่งกระจายให้กับเครือข่ายในหลายจังหวัดภาคอีสาน ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ประกอบไปด้วยนายมงคล กระจิการ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/1 หมู่ 2 ต.ปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถนำทาง หรือสเก๊า, นายคติพจน์ กาญจนพันธ์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ 4 ต.เขื่องใน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เป็นครูอัตราจ้างประจำศูนย์การศึกษาพิเศษตามอัธยาศัย (กศน.) แห่งหนึ่งที่ อ.เขื่องใน และเป็นลูกอดีตตำรวจ ยศ ร.ต. ที่สถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งในจ.อุบลราชธานีด้วย ซึ่งนายคติพจน์ จะทำหน้าที่เป็นคนขับรถขนยาบ้า โดยมีนายสุริยา นามประภา อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 2 ต.สหชาติ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานีที่พึ่งเรียนจบปริญญาตรี เอกวิศว นั่งมาในรถด้วย

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบภูธรจ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากสายว่า จะมีผู้ลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่มาส่งให้กับเครือข่ายในเขตพื้นที่จังหวัด จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจสกัดตามเส้นทางต่างๆ กระทั่งพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สี่ประตู ทะเบียน กม 8125 อุบลราชธานี ต้องสงสัย ซึ่งมีนายมงคล เป็นคนขับ มาถึงสี่แยกกระสัง ต.บ้านบัว อ.เมือง ท่าทางมีพิรุธจึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้น

พร้อมควบคุมตัวมาสอบสวน จึงได้ให้การซัดทอดว่าเป็นรถขับรถนำทางรถเก๋ง ยี่ห้อ ซูซูกิ ทะเบียน 2 กภ 2276 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคันที่ขนยาบ้ามาส่งให้กับเครือข่าย แต่รถเก๋งคันดังกล่าวได้ไหวตัวขับรถหนีไปทาง อ.นางรอง เจ้าหน้าที่จึงติดตามกระทั่งไปพบรถคันดังกล่าวทำทีเข้าไปพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง

เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมนายคติพจน์ และนายสุริยา พร้อมทั้งได้นำตัวไปชี้จุดที่ทิ้งยาเสพติดอยู่บริเวณป่าริมถนนบ้านหนองไม้แดง อ.เมือง ขณะที่ขับรถหลบหนีด้วย

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามียาบ้าบรรจุถุงสีฟ้าจำนวน 40 มัด นับได้ 53,828 เม็ด ยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมอายัดรถยนต์ทั้ง 2 คัน สมุดบัญชีเงินฝาก โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง สมุดบัญชีเงินฝาก 2 เล่ม สร้อยคอทองคำ และแหวนทอง รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาทด้วย

จากการสอบสวนทั้ง 3 ให้การรับสารภาพว่า ได้รับจ้างขนยาบ้ามาจาก อ.เขษราษฎร์ จ.อุบลราชธานี ทั้งหมด 80,000 เม็ด มากระจายส่งให้กับเครือข่ายตามจุดที่นัดหมายในพื้นที่ภาคอีสาน เช่น จ.ศรีสะเกษ ขอนแก่น สุรินทร์ ยโสธร และ จ.บุรีรัมย์ โดยได้ค่าจ้างคนละ 30,000 บาท ทำมาแล้ว 3 ครั้ง กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมได้ดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ส่งให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย" พร้อมกันนี้ยังจะได้ขยายผลรวบเครือข่ายและเอเย่นรายใหญ่มาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

ด้านนายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า มาตรการในกวดขันป้องกันทั้งกลุ่มผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติด ทางจังหวัดก็ได้มีการจัดตั้งชุดเครือข่ายในหมู่บ้าน ตำบล ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของผู้ค้าผู้เสพในพื้นที่ ทั้งได้บูรณาการร่วมกับในการกวาดล้างจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง

ทางด้าน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.บุรีรัมย์ ยอมรับว่า ปัจจุบันกลุ่มกระบวนการค้ายาเสพติด มีการพัฒนารูปแบบช่องทางการส่งและค้าหลากหลายมากขึ้น เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องเพิ่มความเข้มงวดและวิธีการหาข่าวของกลุ่มกระบวนการดังกล่าวมากขึ้นเช่นกัน พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหลายฝ่าย เพื่อกวาดล้างจับกุมทั้งผู้เสพผู้ค้าอย่างต่อเนื่องจริงจัง


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend