ล่องเรือเอื่อย ๆ ช้อนชมบัวสัตตบงกชสีชมพูที่ชูช่อบานสะพรั่งรอเก็บเกี่ยวก่อนรุ่งสาง หรือจะเก็บดอกบัวกลางบึงท่ามกลางฝูงปลาน้อยใหญ่ที่แหวกว่ายไปมา แล้วโชว์ฝีมือพับดอกบัวให้สวยงามเพื่อเตรียมถวายพระก็ยังชิลล์ไปอีก
ส่วนอีกจุดเช็คอินเน้นความอิ่มอร่อย คือ การไปชมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์ได้แก่ การทำข้าวตังจากข้าวกล้องหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอรี่ โดยให้นักท่องเที่ยวลงมือปรุงเอง ทอดเอง รับประทานได้ตามใจชอบ
จากนั้นไปต่อที่จุดเช็คอินที่บ้านฟักข้าว ชมสวนฟักข้าว และเรียนรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากฟักข้าว เช่น สบู่ ยาสระผม ลิ้มชิมรสเมนูเด็ดจากฟักข้าว เช่น น้ำฟักข้าว คุกกี้ฟักข้าว หมี่กรอบฟักข้าว และน้ำซอสเย็นตาโฟฟักข้าว และที่เด็ดสุดคือเราจะได้ฟังการสลับขับกล่อมด้วยเสียงร้องเพลงแหล่บอกเล่าเรื่องราวของคลองมหาสวัสดิ์แบบสดๆ โดยศิลปินแห่งลุ่มน้ำมหาสวัสดิ์กันตรงนั้นเลย
กิจกรรมยังไม่จบแค่นี้ ถัดจากบ้านฟักข้าวก็ล่องเรือชิลล์ ๆ ไปชมสวนกล้วยไม้ ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งปลูกกล้วยไม้ส่งออกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ของดีของสวนแถบนี้คือพันธุ์กล้วยไม้สีม่วงสดที่ผิวกลีบดูคล้ายกำมะหยี่ ยามสะท้อนแสงสวยงามมาก รู้จักกันในชื่อ "พันธุ์ทัศนีย์" มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
พอเซลฟี่เพลิน ๆกับกล้วยไม้สวย ๆกันแล้วมาจบการทัวร์ที่บ้านป้าแจ๋ว ผู้นำกลุ่มแม่บ้านและเกษตรกรบ้านศาลาดินที่บุกเบิกการทำเกษตรอินทรีย์ นำมาพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปอร่อย ๆ เช่น กล้วยหอมทองกรอบ 7 รส มะม่วงกวน ขนมผิง ไปจนถึงเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่คือ "เมี่ยงคำบัวหลวง" ที่ใช้กลีบบัวหลวงห่อแทนใบชะพลู และอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้านอีกหลากหลายเมนู