สำหรับขนมเข่งรูปครอบครัวหมู เกิดจากไอเดียที่นางธนาพรฯ มีลูกเล็ก แต่ไม่ชอบกินขนมเข่งแบบธรรมดา เธอจึงทำขนมเข่งรูปการ์ตูนให้ลูกกิน ปรากฏว่าลูกชอบมาก แต่จะขายรูปการ์ตูนในกลุ่มผู้ใหญ่คงไม่ได้ จึงเกิดความคิดทำขนมเข่งรูปหมูขึ้น เนื่องจาก จ.ตรัง ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหมูย่าง
ซึ่งหมูสื่อความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ และอยู่เย็นเป็นสุข ทำให้ลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีน จะต้องนำไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลตรุษจีน ประกอบกับอยากเจาะตลาดกลุ่มเด็ก กลุ่มวัยรุ่นให้หันมากินขนมเข่งกันมากขึ้น จึงกลายมาเป็นจุดขายที่แตกต่างจากเจ้าอื่นมาเป็นปีที่ 4 แล้ว
นอกจากจะช่วยลดปัญหาเนื้อหมูที่มีราคาแพงแล้ว ลูกค้ายังได้ทั้งสองอย่างในกล่องเดียวกันด้วย ทำให้ปีนี้ต้องใช้แป้งสาลีในการผลิตขนมเข่งเกือบ 3,000 กิโลกรัม แต่ขายในราคาเดิม โดยสามารถเก็บไว้ได้นาน 5-7 วัน ซึ่งลูกค้ามาจากหลายจังหวัดภาคใต้ที่ซื้อไปขายต่อหรือนำไปเป็นของไหว้ของฝาก เช่นจากจ.กระบี่ ภูเก็ต พัทลุง สตูล กรุงเทพฯ และใน จ.ตรัง สร้างรายได้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อวันเลยทีเดียว
นางธนาพร เจ้าของร้านชัยรุ่งเรืองพาณิชย์ กล่าวว่า เหตุที่เลือกทำขนมเข่งรูปครอบครัวหมู เพราะอยากให้ลูกชายกินขนมเข่งเป็น ซึ่งก่อนหน้านี้ทำขนมเข่งลูกเล็ก ๆ แบบโบราณลูกไม่สนใจ แต่พอทำเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ให้ลูกชิม ลูกก็ชอบ เลยจุดประเด็นขยายกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มเด็ก กลุ่มวัยรุ่นนักเรียนนักศึกษาด้วย
ซึ่งหมูเชื่อว่ามีความอุดมสมบูรณ์ ใครเอาไหว้ก็จะอยู่เย็นเป็นสุข ปีนี้ออเดอร์หมูเพิ่มไม่ได้แต่ไซส์เล็กกับไซส์ใหญ่มีเพิ่มขึ้น จากเดิมเมื่อจบเทศกาลจะมีออเดอร์ถึง 2,000 กิโล แต่ปีนี้เหลืออีก 10 วัน มีออเดอร์ 2,000 กว่ากิโลและอาจจะถึง 3,000 กว่ากิโล