เนชั่นทีวี

lifestyle1

เปิดเดินรถ เลย-หลวงพระบาง เชื่อมท่องเที่ยว

07 ม.ค. 2557 | wanchat

เปิดเดินรถ เลย-หลวงพระบาง เชื่อมท่องเที่ยว

เลย - เปิดเดินรถเลย-หลวงพระบางเชื่อมธุรกิจและการท่องเที่ยว แต่ติดปัญหาเรื่องใบผ่านแดน ที่ไทยสามารถเข้าไปได้แค่แขวงไซยะบุรีเท่านั้น ต้องใช้พาสปอร์ตอย่างเดียว ผวจ.เตรียมหารือลาวและรัฐมนตรีไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้มากยิ่งขึ้น

นายวุฒิชาติ  กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ตามที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดเลย  ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนของแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ผลักดันให้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ของประเทศไทย และกรมโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว เปิดเส้นทางเดินรถโดยสารระหว่างประเทศ สายจังหวัดเลย ผ่านแขวงไชยะบูลี ถึงเมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว  นั้น ในเดือน ตุลาคม 2556 ที่ผ่าน กรมการขนส่งทางบกกับกรมโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว ได้ร่วมเห็นชอบพร้อมทำความตกลงให้เปิดเส้นเดินรถโดยสารดังกล่าวแล้วและได้ทดลองการเดินรถตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2556 ดังนั้น จึงมีกำหนดเปิดการเดินรถสายนี้ขึ้นในวันที่ 8 มกราคม 2557 นี้ ณ สถานี บขส.เลย  ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนามมาเป็นประธานพิธีเปิดฯ  ด้านนายเกรียงไกร  แก้วกันยา นายสถานีเดินรถเลย บริษัท  ขนส่ง จำกัด  เปิดเผยว่า  ตั้งแต่เปิดทดลองการเดินรถสายนี้มาแล้ว 2 สัปดาห์  ปรากฏว่าได้รับความสนใจดีจากประชาชน นักท่องเที่ยว โดยมีผู้โดยสารมาใช้บริการทุกวันและยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น มีทั้งนักท่องเที่ยว  คนทำงาน นักธุรกิจและประชาชนทั่วไป  ที่ขึ้นรถทั้งต้นทางจังหวัดเลย  ต้นทางเมืองหลวงพระบางและขึ้นรถที่แขวงไชยะบูลีซึ่งเป็นจุดพักรถกลางทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนงานไทย ของ บริษัท ช.การช่าง  ที่ไปสร้างเขื่อนไชยะบูลีในแขวงไชยะบูลีด้วยเดินทางเป็นประจำ   ส่วนปัญหาที่พบในขณะนี้คือ มีชาวจังหวัดเลยและจังหวัดใกล้เคียง      สนใจจะเดินทางอีกจำนวนมากแต่ไม่สะดวกในเรื่องการขออนุญาตเดินทางเพราะใบอนุญาตผ่านชายแดนหรือบอร์เดอร์พาส  ใช้เดินทางได้เฉพาะในแขวงไชยะบูลี  หากต้องการเดินทางต่อไปยังแขวงหลวงพระบาง ต้องใช้หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตเท่านั้น ในเรื่องนี้จะได้นำเสนอไปยังผู้บริหารในระดับนโยบายทั้งของ บขส.ไทย และจังหวัดเลย  ได้พิจารณาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ในใจในการเดินทางต่อไป    ด้านนายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย  เปิดเผยว่า การเดินทางรถสายดังกล่าว ใช้รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 (แบบ ม.1 ข.)  ซึ่งถือเป็นรถโดยสารประจำทางสายประวัติศาสตร์  จากประเทศไทย ไป เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง   เกิดขึ้นจากความร่วมมือผลักดัน ของภาครัฐและภาคเอกชน ของจังหวัดเลย และแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว  สืบเนื่องจาก จังหวัดเลย เป็นจังหวัดชายแดน มีเส้นทางคมนาคม เชื่อมต่อกับแขวงไชยะบุลี  สปป.ลาว โดยเดินทางผ่านด่านศุลกากรบ้านนากระเซ็ง อำเภอท่าลี่  ข้ามสะพานมิตรภาพแม่น้ำเหือง    ซึ่งเปิดใช้ข้ามแดนระหว่างประเทศไทย กับ สปป.ลาว ด้านจังหวัดเลย มาตั้งแต่ปี 2548  และเส้นทางดังกล่าว สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปได้จนถึงเมืองหลวงพระบาง  โดยนำรถลงแพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำโขงในเขต สปป.ลาว แล้วต่อเข้าไปถึงหลวงพระบาง  ต่อมาทางการ สปป.ลาว ได้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม 2556  ทำให้รถยนต์เดินทางได้โดยสะดวก  ภาคเอกชนจังหวัดเลย และแขวงหลวงพระบาง ได้นำเสนอให้ภาครัฐของทั้งสองฝาย ผลักดันให้เปิดเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางเพื่อความสะดวกของประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่จะมีมากขึ้น รวมทั้งเตรียมรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนด้วยเชื่อมโยงการคมนาคมของประชาชน และการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมด้วย   โดยเฉพาะการเชื่อมสู่ประเทศเพื่อนบ้านตามมติ ครม.เมื่อปี 2547 รถโดยสารประจำทางปรับอากาศระหว่างประเทศอันจะเปิดประโยชน์ทั้งสองประเทศ  เกิดความสะดวกจากการเดินทางทางบกและสามารถเชื่อมไปยังเมืองต่างๆได้ด้วย  เส้นทาง จังหวัดเลย - เมืองหลวงพระบาง  เป็นรถปรับอากาศชั้น1 ขนาด 40 ที่นั่ง มีห้องน้ำ  จะให้บริการทุกวัน ออกเดินทางจาก สถานีขนส่งจังหวัดเลย และ แขวงหลวงพระบาง ในเวลาเดียวกัน คือ 08.00 น. วันละ 1 เที่ยว ใช้เวลาดินทางประมาณ 8 ชั่วโมงด้วยระยะทางประมาณ  380 กิโลเมตร  ค่าโดยสารคนละ 700  บาท สำหรับเอกสารการเดินทางนั้นทาง สปป.ลาว จะใช้บอเดอร์พาส ส่วนชาวไทยช่วงแรกใช้พาสปอร์ตไปก่อน การใช้เวลา 3 วันในการเดินทางทางบอเดอร์พาสต้องผ่านแขวงไชยะบูลี จ.เลย ได้เจรจากับเอกอัครราชทูตของลาว ประจำประเทศไทยแล้วเพื่อให้สปป.ลาว ขยายระยะเวลาการเดินทางจากแขวงไชยะบูลีไปยังแขวงอื่น ๆ ได้อีกให้เพิ่มขึ้นเป็น 7 วันเดินทาง ตนได้รายงานนายกรัฐมนตรีของไทยเพื่อทราบปัญหานี้แล้ววันนี้พร้อมให้กระทรวงการต่างประเทศนำเข้าสู่การประชุมระหว่างไทย-ลาว ต่อไป

ข่าวล่าสุด