|พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงใต้โชว์ผลงานปราบปรามการประมงผิดกฎ IUU โดยเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนรู้เห็น และเตรียมออกหมายจับมาดำเนินคดี

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ชุดปฏิบัติการปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่สืบสวน ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ / ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 และตำรวจภูธร ภาค 9 ตรวจพบว่า เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2564 มีเรือประมงปลอมแปลงสัญชาติ จำนวน 5 ลำ พร้อมลูกเรือ 15 ราย ลักลอบเข้ามาภายในประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยเรือทั้ง 5 ลำ จอดอยู่ที่อู่เรือศรีสงขลา หมู่ 2 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา

สืบสวนความจริง | “บิ๊กโจ๊ก” โชว์ปราบเรือประมงเถื่อน

เจ้าหน้าที่อายัด เรือทั้ง 5 ลำ เนื่องจากพบว่า ปลอมแปลงชื่อบริเวณหัวเรือ จากชื่อเรือมาเลเซีย เป็นชื่อเรือ และประดับธงอินโดนีเซีย

สืบสวนความจริง | “บิ๊กโจ๊ก” โชว์ปราบเรือประมงเถื่อน

สำหรับพฤติการณ์ของเรือประมงปลอมแปลงสัญชาติ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1  จำนวน 3 ลำ ได้แก่

1. เรือ KM.EDBERT JAYA 5 (เคเอ็ม.เอ็ดเบิร์ด จายา5) ขนาด 30 ตันกรอส พบลูกเรือ 3 ราย

2.เรือ KM.KILAT MAJU JAYA 65 (เคเอ็ม.กิลาด มาจุ จายา 65) ขนาด 148 ตันกรอส ตรวจพบลูกเรือ 3 ราย

3.เรือ KM.HASIL MELIMPAH 12 (เคเอ็ม.ฮาซิล เมลิมพาห์ 12) ขนาด 30 ตันกรอส ตรวจพบลูกเรือ 3 ราย

เรือทั้ง 3 ลำ มีนายพิทักษ์ อิ่มทั่ว อายุ 60 ปี ชาว จ.ปัตตานี เป็นเจ้าของ

เรือทั้ง 3 ลำออกจากท่าเทียบเรือประเทศมาเลเชีย ตรงมายังอู่เรือศรีสงขลา จ.สงขลา โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร รวมทั้งไม่แจ้งกรมประมง และกรมเจ้าท่าทราบ

ส่วนกลุ่มที่ 2 จำนวน 2 ลำ ได้แก่

1.เรือ JADE 3 EKS.FU YUAN YU 793 (จาเด 3 อีเคเอส.เอฟยู ยูอัน ยู 793) ขนาด 210 ตันกรอส เป็นของ นางสมสวย คงวัดใหม่อายุ 65 ปี ชาวจ.ปัตตานี ตรวจพบลูกเรือ 3 ราย

2 เรือ JADE 5 EKS.FU YUAN YU 794 (จาเด 3 อีเคเอส.เอฟยู ยูอัน ยู 794) ขนาด 207 ตันกรอส เป็นของ นายสุรัตน์ บัวผุด อายุ 55 ปี ชาวจ.ปัตตานี ตรวจพบลูกเรือ 3 ราย

เรือ 2 ลำนี้ออกจากท่าเทียบเรือประเทศมาเลเซีย มาจอดพักที่ท่าเทียบเรือ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส แล้วเดินทางต่อมายังอู่เรือศรีสงขลา จ.สงขลา โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร รวมทั้งไม่แจ้งกรมประมง และกรมเจ้าท่า เช่นเดียวกัน

จากพฤติการณ์ของเจ้าของเรือ เจ้าหน้าที่ตรวจพบชัดเจน คือ แจ้งข้อมูลการเข้า-ออก ท่าเทียบเรือช้ากว่ากำหนด และตัวแทนเรือยื่นเอกสารสำแดงเป็นเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย แต่เอกสารไม่ตรงกับตัวเรือ ทั้งสัญชาติ ขนาด และเครื่องยนต์

สืบสวนความจริง | “บิ๊กโจ๊ก” โชว์ปราบเรือประมงเถื่อน

เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ในด้านการปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมาย 2 มกราคม 2565 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ / พลเรือตรี สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ภาค 2 ตำรวจ สภ.สิงหนคร กองบังคับการตำรวจน้ำสงขลา เจ้าท่าสงขลา ศุลกากรภาค 9 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 9 เดินทางมาที่ อู่เรือศรีสงขลา เพื่อตรวจสอบเรือที่ยึดอายัด ไว้ทั้ง 5 ลำ

สืบสวนความจริง | “บิ๊กโจ๊ก” โชว์ปราบเรือประมงเถื่อน

การนำเรือประมงปลอมแปลงสัญชาติ เข้ามาในประเทศไทย เป็นความผิดฐาน ”ลักลอบนำเข้าเรือประมง เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร" ตาม พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความผิดฐาน ”ปลอมแปลงหรือปิดบังเครื่องหมายเรือประมงหรือทะเบียนเรือประมง" เป็นความผิดตาม พระราชกำหนดประมง พ.ศ.2558 มีโทษปรับตามขนาดเรือ ตั้งแต่ 6 แสนถึง 30 ล้านบาท

โดยเรือประมงทั้ง 5 ลำจะถูกปรับเป็นเงินรวมกัน 67 ล้าน 8 แสนบาท

สืบสวนความจริง | “บิ๊กโจ๊ก” โชว์ปราบเรือประมงเถื่อน ประเทศไทยต้องการเป็นผู้นำชาติภูมิอาเซียน ในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ตามกฎ IUU โดย

1.เรือประมง ไม่ว่าเรือไทย หรือเรือสัญชาติอื่น ทุกลำต้องมีทะเบียน มีสัญชาติเดียว และต้องแจ้งเข้า-ออก ตามกฎหมาย

2.การทำประมงถูกต้อง เรือประมงไทยจะจับปลาต้องมีใบอนุญาต เครื่องมือประมงต้องเป็นไปตามมาตรฐานไม่ทำลายล้างทรัพยากรทะเล ไม่มีการจับสัตว์ทะเลคุ้มครอง สัตว์ทะเลสงวน เช่น โลมา วาฬ พะยูน รวมถึงการจับปลาในเขตพื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ชายฝั่ง โดยเด็ดขาด

3.แรงงานประมงบนเรือถูกต้อง ทุกคนต้องเป็นแรงงานที่เข้าตามระบบ ได้รับค่าจ้าง สวัสดิการ ครบถ้วน มีเวลาทำงาน เวลาพักตามกฎหมาย ไม่มีแรงงานเด็กแรงงานบังคับ ไม่มีการขนถ่ายแรงงาน ค้ามนุษย์ทั้งกลางทะเลและบนบก โดยเด็ดขาด

ตามแนวทางการสอบสวน กระบวนการนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง และการที่ไทยจะแสดงให้สหภาพยุโรปเห็นว่าไทยเอาจริงในการปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมาย จะต้องตัดเนื้อร้ายออกจากระบบราชการไทย

ขณะนี้ได้ออกหมายจับแล้ว 18 คนเป็นเจ้าของเรือ 3 คน และลูกน้อง 15 คน และเร็ว ๆ นี้จะมีการออกหมายจับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง