ช่วงวันที่ 14-17 ตุลาคม ที่ผ่านมา เกิดความผิดปกติในการทำธุรกรรมทางการเงินของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งเป็นธุรกรรรมที่เกิดจากบัตรเดบิต และบัตรเครดิต จนเกิดความเสียหายขึ้นเป็นวงกว้าง รวมแล้วนับ 100 ล้านบาท
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีการออกแถลงการณ์ถึงปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นลักษณะของขบวนการ "ดูดเงิน" จากการถูกแฮกข้อมูล
คำถามที่ตามมา เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วบ่อยครั้ง และทำไมยังเกิดขึ้นอีก
อีกทั้งผู้เสียหายบางคนบัตรเครดิตไม่เคยใช้ในโลกออนไลน์ แต่ทำไมเงินกลับถูกดูดออกไปโดยไม่รู้ตัว
ตำรวจไซเบอร์ อธิบายวิธีการที่คนร้ายได้ข้อมูลบัตรไป โดยเบื้องต้นสันนิฐานได้หลากหลายรูปแบบ
ทั้งผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์มีการนำบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตไปผูกไว้กับร้านค้าออนไลน์ต่างๆ
ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ข้อมูลเกิดการรั่วไหลได้ หรือการเจาะข้อมูลแล้วดึงเงินไปใช้
นอกจากนี้ คนร้ายใช้วิธีการส่งลิ้งค์เว็บปลอมต่างๆ เมื่อผู้เสียหายคลิกลิ้งและกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไป โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นลิงค์ปลอมที่คนร้ายสวมรอย เป็นเว็บธนาคารบ้าง เว็บร้านค้าบ้าง
โดยอ้างว่าต้องการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย หรือเสนอโปรโมชั่นใหม่ๆ
ทำให้ข้อมูลเราตกไปอยู่ในมือของคนร้ายทันที
อีกทั้งยังรวมไปถึงข้อมูลของบัตรเครดิตที่รั่วไหลในชีวิตประจำวัน
โดยเฉพาะตัวบัตรที่จะมีข้อมูลหน้าบัตรและหลังบัตร รหัส 3 ตัวสำคัญที่ไม่มีการปิดบัง
ทำให้มิจฉาชีพอาจจะถ่ายรูปแล้วนำข้อมูลไปขาย
และวิธีการสุดท้ายเกิดได้จากการที่ร้านค้าแห่งหนึ่งรับจ่ายข้อมูลในระบบ
และมีพนักงานเอาข้อมูลตรงนี้ไปขายในตลาดมืดบนโลกออนไลน์