สาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS)
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) เกิดจากเซลล์ประสาทเสื่อมสภาพ หรือถูกทำลายทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง ซึ่งเซลล์ประสาทในส่วนนี้จะทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ปัจจุบันในทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุของโรค โดยสมมติฐานเชื่อว่าโรคนี้เกิดจากหลายเหตุปัจจัยก่อให้เกิดโรคร่วมกัน ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม ความไม่สมดุลของสารเคมีในร่างกาย ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม โดยมีประวัติสัมผัสกับโลหะ หรือสารเคมีบางชนิดที่อาจทำให้ประสาทนำคำสั่งเกิดการทำงานผิดปกติ
อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS)
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง กิดขึ้นกับกล้ามเนื้อได้ทุกส่วนของร่างกาย อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อกระตุกเต้นกว่า 70% อาจเริ่มจากมือ เท้า หรือแขน แล้วอาการจะค่อยๆ ลุกลามไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อการกลืน กล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้พูดไม่ได้หรือหายใจเองไม่ได้ ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และรับสารอาหารผ่านทางสายยาง
ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS)
ความร้ายกาจของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง คือผู้ป่วยจะยังคงทำกิจกรรมหรือใช้ชีวิตต่างๆ ได้เป็นปกติในช่วงแรกๆ ของวัน แต่หลังจากนั้นจะค่อยๆ มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดขึ้นได้ ซึ่งหากผู้ป่วยได้หยุดพักหรือหยุดใช้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นไปชั่วขณะ ก็สามารถฟื้นฟูให้กล้ามเนื้อกลับมาใช้งานตามปกติได้อีกเช่นเดียวกัน แต่คงดีกว่าหากผู้ป่วยไม่ปล่อยให้อาการของกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดขึ้นซ้ำๆ แบบเรื้อรัง เพราะความรุนแรงของโรคยังทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้ เช่น
- ภาวะหัวใจล้มเหลวจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ใช้หายใจ
- ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ จากการทำงานที่ผิดปกติของต่อมไทรอยด์
- ความเสี่ยงต่อการสำลัก จากความผิดปกติของกล้ามเนื้อลำคอ
- ความเสี่ยงต่อโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคพุ่มพวง (SLE)
ทั้งนี้ สาเหตุการเสียชีวิตของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ส่วนมากมาจากภาวะแทรกซ้อน โดยเฉลี่ยผู้ป่วยจะเสียชีวิตหลังจากมีอาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ในระยะเวลาประมาณ 2.5 ปี ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตมักเกิดจากภาวะปอดอักเสบ ติดเชื้อ แผลกดทับ หายใจไม่ได้ ระบบหายใจล้มเหลว และการติดเชื้อในปอดอันเนื่องมาจากการสำลัก
ข่าวร้าย!! โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ให้หายขาด โดยแพทย์มักจะรักษาตามอาการ และบรรเทาอาการเพื่อประคับประคองให้ผู้ป่วยอยู่ได้นานที่สุด โดยจะเป็นการรักษาตามอาการและเน้นการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ ตำแหน่งที่เกิดอาการ ซึ่งแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยแต่ละคน
อย่างไรก็ตาม เราสามารถป้องกันตัวเองเพื่อให้ห่างไกลจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ได้ด้วยการดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมความเครียด เลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมีหรือรังสีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โลหะหนัก ยาฆ่าแมลง
คนดังที่จากไปเพราะโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS)
- สตีเฟน ฮอว์คิง นักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักจักรวาลวิทยา ผู้คิดค้นทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะเอกฐานเชิงความโน้มถ่วงในกรอบของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป และการทำนายเชิงทฤษฎีที่ว่าหลุมดำมีการปล่อยรังสีออกมา ซึ่งตามทฤษฎีที่เขาค้นพบค้าได้ทำนายว่าโลกจะสูญสิ้นในอีก 1,000 ปีข้างหน้า และเจ้าของหนังสือขายดี A Brief History of Time หรือประวัติย่อของกาลเวลา สตีเฟน เกิดในปี 1942 และถูกวินิจฉัยว่าเป็น โรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม (Motor Neuron Disease) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ ALS ในวัย 22 ปี และต่อสู้กับโรคนี้มานานถึง 50 ปี ก่อนจะเสียชีวิตลงตอนอายุ 76 ปี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2018
- แม่ทุม-ปทุมวดี เค้ามูลคดี นักแสดงหญองชาวไทย คู่ชีวิต พ่อรอง เค้ามูลคดี ที่เสียชีวิตลงด้วยวัย 72 ปี หลังสู้อาการป่วย ALS และไทรอยด์เป็นพิษ นานกว่า 8 ปี จากเดิมที่มีรูปร่างค่อนข้างอ้วน จนในปี พ.ศ. 2555 แม่ทุมเริ่มผ่ายผอมจากอาการป่วยด้วยโรคไทรอยด์เป็นพิษ ทำให้น้ำหนักตัวที่เคยมี 60 กิโลกรัม ลดลงเหลือ 36 กิโลกรัม มีภาวะด้านสมองและความจำ และเป็นโรค ALS จนรักษาตัวในห้องไอซียูด้วยอาการวิกฤตมาโดยตลอดก่อนเสียชีวิตลงในที่สุด
- คีแกนเมืองไทย-ร.ต.ศักดริน ทองมี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดประวัติศาสตร์ปรีโอลิมปิก อดีตแข้งช้างศึกชุดปรีโอลิมปิก เจ้าของฉายา "คีแกนเมืองไทย" เสียชีวิต หลังรักษาตัวมานาน 4 ปี ด้วยภาวะโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS)