เนชั่นทีวี

Lifestyle

โควิด ยังไม่หยุดกลายพันธุ์ พบ "โอมิครอน" สายพันธุ์ใหม่ “BA.2.X” ในแอฟริกาใต้

03 ก.พ. 2567 | ratchata

โควิด ยังไม่หยุดกลายพันธุ์ พบ "โอมิครอน" สายพันธุ์ใหม่ “BA.2.X” ในแอฟริกาใต้

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดข้อมูล "โควิด" ยังไม่หยุดกลายพันธุ์ ล่าสุดพบ "โอมิครอน" สายพันธุ์ใหม่ “BA.2.X” ในแอฟริกาใต้ คาดจ่อระบาดแข่ง "JX1"

เตือน โควิดกลายพันธุ์ โดย ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเตือนโควิดกลายพันธุ์ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Center for Medical Genomics" โดยระบุว่า

เหตุที่ศูนย์จีโนมฯ ต้องออกมาเตือนเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของโควิด-19 มีคำตอบและเหตุผลเดียวกับที่ทำไมเราจำเป็นต้องมีระบบเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งทำงานโดยอัตโนมัติ 24/7 คอยตรวจจับคลื่นยักษ์หลังการเกิดแผ่นดินไหว

ทั้งนี้ การถอดรหัสพันธุกรรม โควิด-19 ทั้งจีโนมก็เช่นเดียวกัน เพื่อติดตามการกลายพันธุ์ที่อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการแพร่เชื้อ ความรุนแรงของอาการ ประสิทธิภาพของชุดตรวจ และประสิทธิผลของยาต้านไวรัสและวัคซีน ต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิดและตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยมาตรการต่างๆโดยภาครัฐ  เอกชน และแต่ละบุคคลเพื่อลดผลกระทบของโรคระบาดอย่างรวดเร็วแบบเรียลไทม์ 

วัตถุประสงสำคัญเพื่อให้ประชาชนตระหนักรู้มิใช่ตื่นตระหนก ช่วยให้ประชาชนมีข้อมูลเพื่อประเมินและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เช่น จะใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ในที่ชุมชน หรือจะฉีดวัคซีนต่อไปหรือเปล่าในกลุ่มเปราะบาง เมื่อโควิด-19 ยังกลายพันธุ์ต่อเนื่อง และภาวะลองโควิดยังไม่ลดลง ในขณะที่มีรายงานบางกรณีผู้ที่ได้รับวัคซีนเกิดผลข้างเคียง"ลองแวกซ์(Long Vax)" ขึ้นได้เช่นกัน   
ถอดรหัวพันธุกรรม "โควิด-19"

ทั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ศูนย์จีโนมฯ ระบุถึงการกลายพันธุ์ของ โควิด-19 ว่า..

ด่วน! พบ โอมิครอนกลายพันธุ์ สายพันธุ์ใหม่ “BA.2.X” ในแอฟริกาใต้
มีการกลายพันธุ์ทั้งจีโนมต่างจากบรรพบุรุษโอมิครอนดั้งเดิม BA.2 กว่า 100 ตำแหน่ง กลายพันธุ์ส่วนหนามต่างจากโอมิครอน BA.2  มากกว่า  30 ตำแหน่ง น่าจะเป็นสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ไปมากที่สุด (divergence lineage) ในปี 2567 และเป็นไปได้ว่าจะมีการระบาดเข้ามาแข่งกับโอมิครอน JN.1 

เมื่อ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาฐานข้อมูลโควิดโลกจีเสส (GISAID) ได้เผยแพร่รหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของโอมิครอนกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ “โอมิครอน BA.2.X” (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ) จากผู้ติดเชื้อโควิดที่ประเทศแอฟริกาใต้จำนวน 8 ราย

ตัวอย่างถูกจัดเก็บจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 จากเมืองกัวเต็ง มปูมาลังกา และ ลิมโปโป (Gauteng, Mpumalanga & Limpopo) ประเทศแอฟริกาใต้
โควิด ยังไม่หยุดกลายพันธุ์ พบ "โอมิครอน" สายพันธุ์ใหม่ “BA.2.X” ในแอฟริกาใต้

ระบบคอมพิวเตอร์ของ “เน็กซ์เคลด (NextClade)” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สสำหรับการวิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมของไวรัสกำหนดให้อยู่ในสายตระกูล (clade)  21L 

ระบบเว็บแอปพลิเคชัน “Pangolin” ที่ใช้ในการกำหนดสายวิวัฒนาการของไวรัส SARS-CoV-2 ได้กำหนดให้ไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่นี้อยู่ในกลุ่มสายตระกูล “BA.2” 

จีโนมส่วนที่สร้างหนามมีลำดับเบสขาดหายไป 2 ช่วงยาว คือ del_15-27 และ del_136-146 

ส่วนหนามบริเวนที่เข้ายึดเกาะกับผิวเซลล์ (Receptor-Binding Domain ของไวรัสโควิด-19: RBD) มีการกลายพันธุ์ต่างไปจากโอมิครอนสายพันธุ์อื่นคือ Spike:K417T, Spike:K444N, Spike:V445G และ spike :L452M 

รหัสพันธุกรรมของ โอมิครอนกลายพันธุ์ สายพันธุ์ใหม่ “BA.2.X” แตกแขนงออกมาจากโอมิครอน(บรรพบุรุษ) ดั้งเดิม BA.2  โดยเมื่อเปรียบเทียบกับโอมิครอนดั้งเดิม BA.2 มีการกลายพันธุ์บริเวณหนามต่างไปมากกว่า 30 ตำแหน่ง มีบางส่วนของจีโนมขาดหายไป 7 ตำแหน่ง อยู่ในส่วนหนาม 3 ตำแหน่ง

  • โอมิครอน BA.2.X กลายพันธุ์ทั้งจีโนมต่างไปจาก โอมิครอน BA.2 มากกว่า 100 ตำแหน่ง
  • โอมิครอน BA.2.X กลายพันธุ์บริเวณหนามต่างไปจากโอมิครอน BA.2  มากกว่า 30 ตำแหน่ง

สายวิวัฒนาการของโอมิครอนของ BA.2.X แตกกิ่งวิวัฒนาการโดยตรงมาจาก BA.2 ดั้งเดิมไม่ได้กลายพันธุ์มาจากโอมิครอน BA.2.86 หรือ JN.1

ยังไม่มีข้อมูลว่าหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันและจับกับผิวเซลล์ได้ดีหรือแย่กว่าโอมิครอน JN.1 ยังไม่ทราบอาการทางคลินิกและยังไม่พบในไทย
โควิด ยังไม่หยุดกลายพันธุ์ พบ "โอมิครอน" สายพันธุ์ใหม่ “BA.2.X” ในแอฟริกาใต้

อ้างอิง : 8 new BA.2 sequences with private mutations from south africa
 

ข่าวล่าสุด