ความรุนแรงของภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) หากไม่รีบรักษา
- ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบส่งผลให้ "มีบุตรยาก" เนื่องจากภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง
- หากตั้งครรภ์มีโอกาส "แท้งบุตร" ในช่วง 3 เดือนแรก เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ครรภ์เป็นพิษ ทารกเติบโตช้าขณะอยู่ในครรภ์
- เพิ่มความเสี่ยงการหนาตัวของเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งเต้านม
- ในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน อาจก่อให้เกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคเส้นเลือดในสมอง
ใครบ้าง! เสี่ยงเป็นภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
- ผู้หญิงที่มีรอบประจำเดือนผิดปกติ ประจำเดือนมาไม่เป็นรอบ หรือหายไปหลายๆ เดือนแล้วมานานๆ ครั้ง
- ผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ มีภาวะอ้วน
- ผู้หญิงที่มีสิวขึ้นมากกว่าปกติ มีผิวมัน มีภาวะศีรษะล้าน หรือมีภาวะขนดก
- ผู้หญิงที่มีประวัติมีบุตรยาก
- ผู้หญิงที่ไม่ออกกำลังกาย และมีภาวะเครียด
การตรวจวินิจฉัยและการรักษา
เริ่มจากการซักประวัติ โรคประจำตัว การมีประจำเดือน การใช้ยาคุมกำเนิด และยาฮอร์โมน ต่อด้วยตรวจร่างกายทุกระบบ ได้แก่ วัดความดันโลหิต ส่วนสูง น้ำหนัก ตรวจภาวะแอนโดรเจนเกิน พร้อมคำนวณค่าดัชนีมวลกายเพื่อดูภาวะโรคอ้วน และตรวจภายในโดยการอัลตราซาวนด์อุ้งเชิงกราน
หากเข้าข่ายผิดปกติ แพทย์จะแนะนำให้ลดความอ้วน ควบคุมน้ำหนัก ควบคุมอาหาร เมื่อลดน้ำหนักได้ในเกณฑ์ปกติ การทำงานของฮอร์โมนในร่างกายจะกลับมาใกล้เคียงปกติ ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ
รักษาด้วยการทานยา : วิธีนี้หากผู้ป่วยยังไม่มีการวางแผนที่จะมีบุตร สามารถรักษาได้โดยการทานยาคุมกำเนิดเพื่อให้ตัวยาไปควบคุมฮอร์โมน ให้ฮอร์โมนกลับสู่สภาวะปกติ โดยจะใช้เวลารักษาประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นจึงติดตามสังเกตอาการต่อว่าหลังจากหยุดทานยาไปแล้ว ประจำเดือนกลับมาปกติหรือไม่ หากประจำเดือนของผู้ป่วยยังผิดปกติอยู่ และผู้ป่วยยังไม่มีการวางแผนที่จะมีบุตรต่อไป การรักษาก็จะเป็นการทานยาคุมและติดตามผลต่อไป
การรักษาอื่นๆ : จะเป็นการรักษาตามสาเหตุ เช่น การควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย คุมอาหาร ถ้าคนไหนที่เป็นเบาหวานอาจต้องคุมอาหารจำพวกน้ำตาลให้มากขึ้น
วิธีป้องกันภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
เนื่องจากการเกิดภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ยังไม่อาจทราบได้ว่ามาจากสาเหตุใดอย่างแน่ชัด ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นการป้องกันโดยรวม เช่น
- ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ เพราะการที่มีน้ำหนักมากอาจทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเกิดความผิดปกติได้
- กินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ เช่น ไม่กินแป้งหรือน้ำตาลมากเกินไป
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ไม่ทำให้ตนเองอยู่ในสภาวะเครียดมากเกินไป
ทั้งนี้ การตรวจภายในก็เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันตัวเองได้ดีที่สุด รวมถึงตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อัลตร้าซาวด์มดลูก รังไข่ ช่องท้อง หรือตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม เนื่องจากเปรียบเสมือนการตรวจเช็กร่างกาย หากพบรอยโรคหรือภาวะที่อาจก่อให้เกิดโรคทางนรีเวชได้ก่อนที่มันจะร้ายแรง ก็สามารถรับมือและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมที่สุด