“ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ยาขมิ้นชันขององค์การเภสัชกรรม และยาลดกรด Omeprazole ให้ผลในการรักษาโรคกระเพาะอาหารได้ไม่แตกต่างกัน และการใช้ยาทั้งสองอย่างร่วมกัน ไม่ได้มีประโยชน์ในการรักษาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด”
ผลการรักษาอาจจะทัดเทียมกัน แต่ผลข้างเคียงนั้น ยาขมิ้นชันไทยมีน้อยกว่า รศ.ดร.กฤษณ์ กล่าว
“เรายังไม่พบรายงานผลข้างเคียงรุนแรงจากการรับประทานขมิ้นชันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่างจากคนไข้ที่ได้รับยาลดกรด Omeprazole ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคือกรดในกระเพาะอาหารลดลง ทำให้แบคทีเรียไม่ดีเดินทางไปถึงลำไส้ และทำให้การดูดซึมสารอาหารบางอย่างผิดปกติไป”
ผลพิสูจน์ “ยาขมิ้นชัน” ขององค์การเภสัชกรรม นอกจากจะเห็นประโยชน์ในทางการรักษาที่ทัดเทียมแต่ผลข้างเคียงที่น้อยกว่าแล้ว รศ.ดร.นพ.กฤษณ์ กล่าวถึงข้อดีอื่นๆ ของยาขมิ้นชันว่า “ยาขมิ้นชันราคาถูกกว่ายาฝรั่ง หาซื้อได้ง่าย ทานยาขมิ้นชันตัวเดียวสามารถรักษาได้หลายอาการ และปริมาณยาที่ทานแต่ละครั้งก็ไม่สูงเกินไป ในขณะที่เมื่อทานยาฝรั่ง (แผนปัจจุบัน) อาจต้องทานยาหลายตัว รักษาแยกอาการ เช่น ยาลดกรด ยาลดแก๊ส เป็นต้น”
ยาขมิ้นชัน ไม่เท่ากับ สารสกัดขมิ้น Curcuminoids
รศ.ดร.นพ.กฤษณ์ กล่าวย้ำว่างานวิจัยนี้พิสูจน์และรับรองผลเฉพาะยาขมิ้นชันที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรมเท่านั้น ไม่ได้รับรองขมิ้นชันแบรนด์อื่น ๆ ที่มีวางขายในตลาด นอกจากนี้ รศ.ดร.นพ.กฤษณ์ ยังชี้ให้เห็นข้อแตกต่างระหว่าง “ยาขมิ้นชัน” และ “สารสกัดขมิ้นชัน” ที่หลายคนอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่
“สารสกัดขมิ้น” (Curcuminoids) อย่างที่มีการวิจัยและใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ ออกฤทธิ์ช่วยลดปวด ฆ่าเชื้อ ลดการอักเสบ ไม่ใช่ตัวเดียวกันกับ “ยาขมิ้นชัน” (ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Turmeric หรือ Curcumin) เพราะยาขมิ้นชันที่ใช้ในงานวิจัยนี้เป็นขมิ้นชันของไทย ไม่ใช่สารสกัด แต่เป็นขมิ้นชันที่มาจากการตากแห้งและบดผง ซึ่งมีทั้งสาร Curcuminoids และสารตัวอื่นๆ รวมถึงกลุ่มน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil)”
ชูยาขมิ้นไทย ThaiCureMin รักษาโรคกระเพาะอาหาร
ด้วยผลพิสูจน์จากการวิจัย รศ.ดร.กฤษณ์ กล่าวว่าจุฬาฯ จับมือกับองค์การเภสัชกรรม เตรียมผลักดัน “ยาขมิ้นชัน” ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารได้ ออกสู่ตลาดโลกภายใต้ชื่อแบรนด์ ThaiCureMin
“ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรไทยที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้อยู่แล้ว และล่าสุดยังได้รับการยกย่องจากกระทรวงสาธารณสุขของไทยให้เป็นหนึ่งในสมุนไพรแชมเปี้ยน (Herbal champion) ขมิ้นชันมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง ขนาดตลาดระดับโลกกว่าหมื่นล้านบาท และมีความพร้อมในการพัฒนาส่งเสริมแหล่งปลูก สร้างมาตรฐานการปลูกและการแปรรูป และเพิ่มมูลค่าเพื่อสร้างโอกาสทางการค้า”
ในอนาคต รศ.ดร.นพ.กฤษณ์ วางแผนจะหาเกษตรกรและแหล่งปลูกขมิ้นแบบออแกนิกที่สามารถตรวจสอบที่มาได้ชัดเจน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคอีกด้วย
อ้างอิง : Chula / งานวิจัยฉบับเต็ม