ดริปวิตามินกี่ครั้งถึงเห็นผล
ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งที่ 3-5 ขึ้นไป โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล แนะนำให้ทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ถ้าหากหยุดดริปวิตามิน ผิวจะกลับมาคล้ำไหม?
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีการดูแลผิวหลังเลิกดริปวิตามิน หากดูแลผิวด้วยการใช้ครีมบำรุง ครีมกันแดด และบำรุงผิวด้วยวิตามินหรืออาหารเสริมเป็นประจำผิวจะไม่กลับมาคล้ำเสีย แต่ถ้าหากไม่มีการดูแลผิวหลังการเลิกดริปก็มีส่วนทำให้ผิวกลับมาหมองคล้ำได้
ผลข้างเคียงที่พบ?
โดยปกติผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปหลังจากฉีดวิตามินผิวจะมีเพียงอาการผิวช้ำหรือเป็นจุดแดงบริเวณที่ถูกเข็มฉีดยาเท่านั้น แต่หากเกิดอาการผิดปกติคล้ายกับอาการแพ้สารวิตามิน เช่น คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ เป็นผื่นแดง รู้สึกคันระคายเคืองผิวหนัง หายใจไม่สะดวก ให้รีบกลับมาพบแพทย์โดยทันที
ใครที่ไม่สามารถดริปวิตามินได้
- ผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน
- โรคความดันโลหิตสูง
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ
- ผู้ป่วยโรคตับ
- ผู้ป่วยโรคไต
- ผู้ป่วยที่มีภาวะวิตามินหรือแร่ธาตุเกิน
และการฉีดวิตามินผิวยังต้องผ่านการปรึกษากับแพทย์ล่วงหน้าก่อนทุกครั้ง ถึงแม้จะเป็นการทำหัตถการที่ง่ายและเป็นที่แพร่หลาย แต่หากไม่ผ่านการตรวจสุขภาพและพูดคุยกับแพทย์ก่อน ผลข้างเคียงที่อันตรายถึงชีวิตก็อาจเกิดขึ้นได้ แพทย์หญิงวริศนันท์ ตังติวิวัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความงามประจำ PINK PEARL CLINIC กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ คุณ ชัชชญา ภุมรินทร์ CEO PINK PEARL CLINIC ได้ฝากถึงผู้ที่สนใจในการฉีดวิตามินผิวไว้ว่า จริงๆแล้วการรดริปวิตามินเป็นการทำหัตถการที่มีความปลอดภัยหากรับบริการกับสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน แต่ผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดมากเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายที่มีต่อสารวิตามินที่ฉีดเข้าไป แนะนำให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสถานพยาบาลที่ได้