การสครับหรือการขัดผิวจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นและกลับมาเนียนนุ่มได้อีกครั้ง เพราะการสครับผิวจะช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ที่เสื่อมสภาพ หรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกได้เร็วขึ้น การทำความสะอาดผิวด้วยสบู่เพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถผลัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไปได้ ช่วยลดการสะสมสิ่งสกปรกบนผิวหนังที่ก่อให้การอุดตันของรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาหมองคล้ำ นอกจากนี้การสครับผิวยังช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนเลือดและน้ำเหลืองให้กับคนที่มีผิวแห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื้น สามารถกักเก็บน้ำได้ดี ส่วนคนที่มีผิวมัน การ สครับผิวจะช่วยสร้างสมดุลของผิว โดยจะไปลดการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันที่มากเกินไป
การบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นหลังการสครับผิวนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะผิวจะค่อนข้างบอบบางและแห้งได้ง่ายหลังจากการสครับ ดังนั้นจึงควรบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่สามารถเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว ควรเลือกชนิดที่ไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน ไม่อุดตันรูขุมขน และมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นและฟื้นฟูสภาพผิว อย่างสารสกัดจากใบชิโซะ (Shiso) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันโจโจ้บา และเชียร์บัทเตอร์ เป็นต้น โดยแนะนำให้ทาแบบนวดวนลงบนผิว เพื่อให้เนื้อครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก นอกจากการดูแลสุขภาพผิวกายแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผิวหน้าและมือควบคู่ไปด้วย เพียงเท่านี้ผิวพรรณของเราก็จะเรียบเนียนสวยอย่างสุขภาพดี
อาทิเช่น ‘น้ำมันรำข้าว’ (Rice Bran Oil) สิ่งมหัศจรรย์ใกล้ตัวที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งด้าน โภชนเภสัช อาหาร หรืออุตสาหกรรมความงาม อุดมด้วยวิตามินอีในกลุ่มโทโคไตรอีนอล (Tocotreienol) และโทโคฟีรอล (Tocopherol) รวมถึงสารแกมม่า-ออริซานอล (Gamma-Oryzanol) ซึ่งพบเฉพาะในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ ออกซิแดนท์ได้ดีกว่าวิตามินอีทั่วไปถึง 6 เท่า รวมถึงปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดทำลาย ช่วยฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น ซึมซาบสู่ผิว ได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน
ที่มา THANN