“ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดยังสามารถขัดขวางการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่และทารก ซึ่งจะส่งผลตามมาต่อพัฒนาการทางจิตใจและร่างกายของเด็ก” ดร.ทิฟฟานี จาก FDA กล่าว
ทั้งนี้ สถิติระบุว่า ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ส่งผลกระทบต่อสตรีหลายล้านคนในแต่ละปี และแม้ว่าอาการดังกล่าวมักจะหายไปเองภายในสองถึงสามสัปดาห์ แต่ในบางกรณีก็อาจจะยืดเยื้อมีอาการต่อไปอีกเป็นเดือนหรือเป็นปีได้ การรักษาที่เป็นมาตรฐานนั้นรวมถึงการให้คำปรึกษาหรือการให้ยาต้านอาการซึมเศร้า ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงจะได้ผล และไม่ได้ช่วยให้ผู้ป่วยทุกคนหายจากอาการดังกล่าว
ตามข้อมูลของ FDA ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด คล้ายกับภาวะซึมเศร้ารูปแบบอื่นซึ่งมันสามารถทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเศร้าหมอง หมดพลังงาน เกิดความคิดที่จะปลิดชีวิตตัวเอง ลดทอนความสามารถในการรู้สึกถึงความยินดี หรือ เกิดภาวะรู้คิดบกพร่อง (cognitive impairment)
ย้ำ!! การรักษาที่ง่ายขึ้น และเห็นผลใน 3 วัน
ยาเม็ดซูร์ซูแว (Zurzuvae) ที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยนั้น ผลิตโดยบริษัทไบโอเจน (Biogen) และบริษัทเซจ เทอราพิวติกส์ (Sage Therapeutics) ซึ่งก่อนหน้านี้มียาชนิดฉีดเข้าเส้นเลือดดำในสถานพยาบาลเป็นเวลา 3 วันซึ่ง FDA อนุมัติยาฉีดดังกล่าวในปี 2562 แต่ไม่มีการใช้กันในวงกว้างเพราะมีราคาแพงถึง 34,000 ดอลลาร์ และยุ่งยากในการฉีดให้กับผู้ป่วย ดังนั้น ยาเม็ดสำหรับรับประทานจึงเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า และประหยัดค่าใช้จ่ายลงมา
การที่ FDA อนุมัติยาเม็ดซูร์ซูแว นั้นอิงกับผลการศึกษาของสองบริษัทฯ ที่แสดงให้เห็นว่า
สตรีที่รับประทานยาเม็ดซูร์ซูแว มีอาการซึมเศร้าน้อยลงในช่วง 4-6 สัปดาห์เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับยาหลอก โดยผลประโยชน์ที่วัดโดยใช้แบบทดสอบทางจิตเวชนั้น ปรากฏให้เห็นภายใน 3 วันหลังการใช้ยาสำหรับผู้ป่วยจำนวนมาก
ผลของยาจะยังคงอยู่เป็นเวลา 4 สัปดาห์หลังจากรับประทานโดสสุดท้ายไปแล้ว ส่วนผลข้างเคียงจากการใช้ยาตัวนี้ที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการง่วงซึม เวียนศีรษะ ท้องเสีย เหนื่อยล้า ไข้หวัดธรรมดา และติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
ดังนั้น ที่ข้างบรรจุภัณฑ์ของยาจะมีคำเตือนว่า ซูร์ซูแว สามารถส่งผลกระทบต่อการขับขี่ยานพาหนะ และการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่อาจเสี่ยงอันตราย พร้อมทั้งแนะนำไม่ให้ขับรถหรือใช้เครื่องจักรหนักเป็นเวลา 12 ชั่วโมงหลังจากทานยานี้
บริษัทผู้ผลิตยาตัวนี้คาดการณ์ว่า
ยาซูร์ซูแว จะสามารถวางจำหน่ายได้ในช่วงปลายปี 2566 นี้ แต่ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับราคาของยา