เนชั่นทีวี

Lifestyle

แพทย์เตือนระวังโรคเมลิออยด์ มีแผลลุยโคลน น้ำท่วมขัง เสี่ยงติดเชื้อเสียชีวิต

06 ก.ค. 2566 | piyawan_uan

แพทย์เตือนระวังโรคเมลิออยด์ มีแผลลุยโคลน น้ำท่วมขัง เสี่ยงติดเชื้อเสียชีวิต

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เตือนระวังโรคเมลิออยด์ หรือไข้ดิน หากมีบาดแผลขีดข่วน เลี่ยงเดินลุยน้ำย่ำโคลน น้ำท่วมขัง เสี่ยงติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตได้ เผย ปีนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ราย

6 กรกรฎาคม 2566 สืบเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน มีฝนตกและน้ำท่วมขัง หรือพื้นดินเปียกชื้น ทำให้ทางสำนักงานควบคุมโรคที่ 9 ได้ออกมาเตือนผู้ที่ต้องทำงานสัมผัสกับดินและน้ำโดยตรง อย่างเกษตรกร และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ควรเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันโรคเมลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในดิน น้ำ นาข้าว ท้องไร่ แปลงผัก สวนยาง และบ่อน้ำ

หากต้องทำงานสัมผัสกับดินและน้ำที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน หรือมีบาดแผลขีดข่วน ควรสวมรองเท้าบูทเพื่อป้องกัน และเมื่อเสร็จภารกิจให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที และหากมีอาการไข้สูงติดต่อกันเกิน 5 วัน ควรรีบพบแพทย์

แพทย์เตือนระวังโรคเมลิออยด์ มีแผลลุยโคลน น้ำท่วมขัง เสี่ยงติดเชื้อเสียชีวิต

นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงโรคเมลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน ว่า เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เบอร์โคเดอเรีย สูโดมัลลิอาย (Burkholderia pseudomallei) ซึ่งพบได้ทั่วไปในดิน น้ำ นาข้าว ท้องไร่ แปลงผัก สวนยาง ทั่วทุกภาคในประเทศไทย เชื้อดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง คือ 

  • 1.การสัมผัสน้ำหรือดินที่มีเชื้อปนเปื้อน
  • 2.ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป
  • 3.สูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป 

หลังติดเชื้อประมาณ 1-21 วันจะเริ่มมีอาการเจ็บป่วย แต่บางรายอาจนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและภูมิต้านทานของแต่ละคน อาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะ จะมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่นๆ หลายโรค เช่น มีไข้สูง มีฝีที่ผิวหนัง ปวดท้อง ปวดข้อปวดกระดูก มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ บางรายพบอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย ส่วนใหญ่มักจะเริ่มจากอาการไข้เป็นหลัก จึงทำให้วินิจฉัยโรคได้ยาก ต้องอาศัยการตรวจเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการเป็นหลัก เพื่อใช้ประกอบการตรวจวินิจฉัยและรักษา 

แพทย์เตือนระวังโรคเมลิออยด์ มีแผลลุยโคลน น้ำท่วมขัง เสี่ยงติดเชื้อเสียชีวิต

สำหรับสถานการณ์โรคเมลิออยสิส หรือโรคไข้ดิน ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 26 มิถุนายน 2566 มีผู้ป่วย 1,688 ราย มีผู้เสียชีวิต 21 ราย ส่วนสถานการณ์โรคไข้ดิน ในเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 24 มิถุนายน 2566 พบผู้ป่วยจำนวน 327 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (นครราชสีมา) ผู้ป่วยแยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้

1.จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 159 ราย 2.จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วย 81 ราย 3.จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วย 56 ราย 4.จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วย 31 ราย

อาชีพที่พบผู้ป่วยสูงสุดคืออาชีพเกษตรกร ร้อยละ 54.74 รองลงมาคือ อาชีพรับจ้าง ร้อยละ 23.55 และเด็กในปกครอง ร้อยละ 7.34 ตามลำดับ กลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือกลุ่มอายุ 65 ปี ขึ้นไป อัตราป่วยต่อประชากรแสนคนเท่ากับ 14.66 ราย รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 55 - 64 ปี อัตราป่วยต่อประชากรแสนคน เท่ากับ 11.4 และ กลุ่มอายุ 45 - 54 ปี อัตราป่วยต่อประชากรแสนคนเท่ากับ 7.08 ตามลำดับ

แพทย์เตือนระวังโรคเมลิออยด์ มีแผลลุยโคลน น้ำท่วมขัง เสี่ยงติดเชื้อเสียชีวิต

นายแพทย์ทวีชัย กล่าวอีกว่า การป้องกันโรคเมลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน ควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูทหรือถุงพลาสติกหุ้มรองเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำโดยตรง หากมีบาดแผลควรปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หมั่นล้างมือล้างเท้าด้วยน้ำสบู่บ่อย ๆ และอาบน้ำชำระร่างกายทันทีหลังจากเสร็จจากการทำงานหรือลุยน้ำ รวมถึงดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกทุกครั้ง

หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจวินิจฉัยและรักษาทันทีตามอาการและความรุนแรงของโรค สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

ข่าวล่าสุด