ส่วนการตรวจสายพันธุ์โควิด-19 ในประเทศไทย นพ.ศุภกิจ ระบุว่า ที่ผ่านมา มีการตรวจด้วยการ 2 รูปแบบ คือ เมื่อได้รับผลตรวจเชื้อ RT-PCR ของผู้ป่วย ก็จะนำตัวอย่างเชื้อไปตรวจหาสายพันธุ์ แบบเร็วซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 วัน โดยศูนย์วิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ 15 แห่งสามารถทำได้ แต่ในส่วนนี้จะต้องมีน้ำยาเฉพาะสายพันธุ์ และเป็นการตรวจในบางตำแหน่งของสายพันธุ์นั้นๆ และอีกหนึ่งวิธี คือ การตรวจแบบถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัว ซึ่งมีการตรวจเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อส่งข้อมูลเข้าระบบจีเซต
ตอนนี้ การตรวจหาสายพันธุ์แบบเร็วได้มีการหยุดในการตรวจแล้วเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย โดยคงเหลือไว้ คือการตรวจถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัว เนื่องจากเป็นการตรวจด้วยวิธีมาตรฐาน เพื่อ ไว้เป็นข้อมูลรับมือ หากเกิดการกลายพันธุ์ในอนาคต
ขณะเดียวกัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมมือกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำโครงาร ขีฌนมมิค ไทยแลนด์ ซึ่งมีการทำในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว เป็นการถอดรหัสพันธุกรรมในมนุษย์ทั้งตัว เบื้องต้นประเทศไทย ตั้งเป้าไว้ใน 50,000 ราย ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว 10,000 กว่ารายในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
โดยแบ่งเป็นการตรวจกลุ่มโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง เพื่อดูว่ารหัสพันธุกรรมชนิดไหนมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมากที่สุด โรคไม่ติดต่อเรื้อรังบางชนิด เช่น เบาหวาน ความดัน เพื่อหาสาเหตุของการเกิดโรค รวมถึงโรคหายาก และ ยีนส์แพ้ยา เพื่อหาสาเหตุในการป้องกันการแพ้ยาต่างๆ
ส่วนข้อมูลที่ได้มา จะเป็นข้อมูลกลางที่จะถูกนำไปให้สถาบันการศึกษา ทำการศึกษาวิจัย ให้ชัดเจนต่อไป ถึงรหัสพันธุกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับโรคต่างๆ เพื่อให้ประชาชนในประเทศรู้ล่วงหน้าว่าตัวเองนั้นมีความเสี่ยงที่จะก่อเกิดโรคต่างๆหรือไม่