บริษัทต่างๆ จะไม่พัฒนาสายพันธุ์ใหม่มากไปกว่านี้ เพราะไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงตลอด การเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ในวัคซีน ก็ไม่ได้มีผลมากมาย
นอกจากนี้การทำวัคซีนสายพันธุ์ใหม่ด้วยกระบวนการทางพันธุกรรม ในกลุ่มของ mRNA และไวรัสเวกเตอร์ ต้องมีการทำ codon modification จึงทำให้ต้องมีการทดลองเพิ่มขึ้น ก่อนที่จะถูกนำมาใช้ ไม่เหมือนอย่างวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่เป็นเชื้อตาย เพียงแต่เปลี่ยน seed สายพันธุ์ตามองค์การอนามัยโลกกำหนด ก็พัฒนาวัคซีนได้เลยภายใน 6 เดือน.
"มาถึงปัจจุบัน จะฉีดวัคซีนกี่เข็มก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ เพียงแต่ลดความรุนแรงของโรคลง"
ย้อนอ่านโพสต์ก่อนหน้านี้
"หมอยง" ชี้ โควิด-19 เดินทางเข้าสู่ "ภาวะสงบ"แล้ว คาดจะเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ในเดือน มิ.ย. ซึ่งจะติดเชื้อเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะนักเรียน แต่ความรุนแรงของโรคจะลดลง
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 ทางด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และราชบัณฑิตโพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “โควิด-19 โรคเข้าสู่ภาวะสงบ” ระบุว่า
ตามที่ได้เคยกล่าวไว้ตั้งแต่ต้นปีนี้ เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้วโรคก็ก็จะเข้าสู่ภาวะสงบ ตามฤดูกาลของโรคทางเดินหายใจทั่วไปที่เกิดจากไวรัส โควิด 19 ก็เช่นเดียวกัน ก็เช่นเดียวกันเพราะติดเชื้อไปแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว มาจนถึงปัจจุบันน่าจะถึง 80% ไปแล้ว รวมกับฉีดวัคซีนจึงมีภูมิต้านทานที่สมบูรณ์แบบมากกว่าวัคซีนอย่างเดียว นักท่องเที่ยวเข้ามาตั้งแต่ต้นปี ก็ไม่ทำให้โรคระบาดเพิ่มขึ้น ตามที่เคยได้อธิบายไปแล้ว
โรคนี้จะไปเริ่มพบจำนวนมากขึ้นอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ภาพรวมของภูมิต้านทานเริ่มลดลง และเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ ในเดือนมิถุนายน ก็จะมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะนักเรียน แต่ความรุนแรงของโรคมีแนวโน้มที่จะลดลงโดยตลอด และทุกอย่างจะอยู่ในภาวะสมดุลโดยอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับไวรัสโควิด 19 ที่ ที่เป็นโรคทางเดินหายใจ ที่เป็นโรคประจำฤดูกาล
การต่อสู้ที่ผ่านมา เราพยายามใช้หลักสมดุล ยืดเวลามา ตามความเหมาะสม จนถึงปัจจุบัน