เนชั่นทีวี

Lifestyle

หมอธีระ อัปเดตความรู้โควิด-19 "ติดเชื้อโควิด-19 เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน"

15 ก.พ. 2566 | teerawat_pra

หมอธีระ อัปเดตความรู้โควิด-19 "ติดเชื้อโควิด-19 เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน"

หมอธีระ อัปเดตสถานการณ์โควิด-19 ล่าสุด ผลการวิจัยในวารสารการแพทย์ JAMA Network Open ในวันแห่งความรัก พบว่า หลังจากติดเชื้อโรคโควิด-19 นั้นจะทำให้เสี่ยงที่จะตรวจพบโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญราว 2.35 เท่า

อีกความเคลื่อนไหวทางด้านวิชาการ ล่าสุดทางด้าน ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ผ่านทางเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat โดยระบุว่า

15 กุมภาพันธ์ 2566
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 102,211 คน ตายเพิ่ม 440 คน รวมแล้วติดไป 677,840,535 คน เสียชีวิตรวม 6,783,945 คน
5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา


เมื่อวานนี้ จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปและเอเชียครอง 8 ใน 10 อันดับแรก และ 17 ใน 20 อันดับแรกของโลก
จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชียและยุโรป รวมกันคิดเป็นร้อยละ 92.97 ของทั้งโลก

ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 80.22

หมอธีระ อัปเดตความรู้โควิด-19 "ติดเชื้อโควิด-19 เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน"

 

หมอธีระ อัปเดตความรู้โควิด-19 "ติดเชื้อโควิด-19 เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน"

...อัปเดตความรู้โควิด-19

1. "ติดเชื้อโควิด-19 เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน"
Kwan AC และคณะ จากประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ผลการวิจัยในวารสารการแพทย์ JAMA Network Open ในวันแห่งความรัก (รูปที่ 1 และ 2)
ศึกษาในกลุ่มประชากรจำนวน 23,709 คน ตั้งแต่มีนาคม 2563 ถึงมิถุนายน 2565
พบว่า หลังจากติดเชื้อโรคโควิด-19 นั้นจะทำให้เสี่ยงที่จะตรวจพบโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญราว 2.35 เท่า (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 1.94-2.89 เท่า) 
และแม้จะเปรียบเทียบอัตราการตรวจพบโรคเบาหวานกับโรคอื่นๆ เช่น ทางเดินปัสสาวะอักเสบ กรดไหลย้อน ก็ยังพบว่า ความเสี่ยงที่จะตรวจพบโรคเบาหวานหลังติดเชื้อโควิด-19 นั้นก็ยังคงสูงกว่าการตรวจพบโรคอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญถึง 1.58 เท่า 
ผลการศึกษานี้สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่มีการทบทวนอย่างเป็นระบบและวิเคราะห์อภิมาน
แต่ที่น่าสนใจคือ การศึกษานี้ยังชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานนั้นสูงขึ้นชัดเจน แม้ว่าจะเป็นยุคที่สายพันธุ์ Omicron ระบาดก็ตาม

หมอธีระ อัปเดตความรู้โควิด-19 "ติดเชื้อโควิด-19 เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน"


นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญอีกเรื่องที่ค้นพบคือ คนที่ติดเชื้อแต่ได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน จะมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน
ดังนั้น ข้อสรุปที่เราควรนำใช้ในการดำเนินชีวิตคือ 
หนึ่ง ควรป้องกันตัวอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันตัวไม่ให้ติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อซ้ำ ย่อมดีที่สุด
สอง ควรไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ครบถ้วนตามกำหนด หากเกิดจับพลัดจับผลูติดเชื้อขึ้นมา อย่างน้อยวัคซีนก็จะช่วยลดเสี่ยงป่วยรุนแรง ลดเสี่ยงเสียชีวิต และลดความเสี่ยงต่อ Long COVID รวมถึงการเกิดโรคเบาหวานให้น้อยลงไปบ้าง ดีกว่าการไม่ฉีดวัคซีน

2. ลักษณะของสายพันธุ์ไวรัสกับการระบาดในประเทศอังกฤษ
Perez-Guzman PN และคณะ จากประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่ผลการศึกษาทบทวนลักษณะการระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดช่วงที่ผ่านมาหลายปีจนถึงยุค Omicron
สาระสำคัญคือ แต่ละสายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 นั้นมีสมรรถนะในการแพร่ระบาดแตกต่างกันไป (รูปที่ 3)
ทั้งนี้สายพันธุ์ Omicron (BA.1) นั้น มีสมรรถนะในการแพร่เชื้อจากคนที่ติดเชื้อไปยังคนอื่นๆ ได้สูงสุด โดยเฉลี่ยแล้ว คนติดเชื้อคนหนึ่งจะแพร่ไปให้คนอื่นๆ ได้ 8.1 คน (ค่า R0: Basic reproduction number)
ในขณะที่ สายพันธุ์ดั้งเดิมนั้นมีค่า R0 ประมาณ 2.5, สายพันธุ์อัลฟ่า 4.0, และสายพันธุ์เดลต้า 6.7
เราจึงไม่แปลกใจว่า การระบาดของ Omicron นั้นจึงทำให้คนทั่วโลกมีการติดเชื้อกันมากมายมหาศาลจนถึงปัจจุบัน

หมอธีระ อัปเดตความรู้โควิด-19 "ติดเชื้อโควิด-19 เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน" หมอธีระ อัปเดตความรู้โควิด-19 "ติดเชื้อโควิด-19 เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน"

ป.ล.ใครอยากเห็นลักษณะสายพันธุกรรมของไวรัสโรคโควิด-19 เต็มๆ (29,903 nucleotides) ลองเข้าไปดูได้ที่เว็บในรูปที่ 4
...ควรใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีสติ ไม่ประมาท ป้องกันตัวสม่ำเสมอ


ช่วยกันปรับปรุงการระบายอากาศให้ดีขึ้นกว่าในอดีต 
การใส่หน้ากากอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงทั้งต่อโควิด-19 และ PM2.5 ด้วย

..

 

ย้อนอ่านโพสต์วานนี้ 

14 กุมภาพันธ์ 2566

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 53,062 คน ตายเพิ่ม 384 คน รวมแล้วติดไป 677,658,400 คน เสียชีวิตรวม 6,782,849 คน

5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ ไต้หวัน รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา

เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปและเอเชียครอง 7 ใน 10 อันดับแรก และ 16 ใน 20 อันดับแรกของโลก

จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชียและยุโรป รวมกันคิดเป็นร้อยละ 89 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 83.85

...Omicron เทียบกับสายพันธุ์ก่อนๆ

Mykytyn AZ และคณะจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เผยแพร่ข้อมูลในวารสารวิทยาศาสตร์การแพทย์ The Lancet Microbe เมื่อ 16 มกราคมที่ผ่านมา

ชี้ให้เห็นว่า Omicron สายพันธุ์ย่อยใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นและระบาดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น BM.1.1.1, BQ.1.1, XBB.1 ก็ตาม ล้วนเกิดจากการกลายพันธุ์ในตำแหน่งต่างๆ จนทำให้ลักษณะแอนติเจนของไวรัสแตกต่างจากสายพันธุ์ดั้งเดิม และสายพันธุ์อื่นๆ ที่เคยระบาดมาอย่างมาก ทั้งD614G อัลฟ่า เบต้า แกมม่า เดลต้า (รูปที่ 1 และ 2)

...ด้วยข้อมูลถึงปัจจุบัน ดังที่ได้เคยเล่าให้ฟังไปแล้วว่า Omicron ที่เริ่มระบาดตั้งแต่ต้นปี 2565 ได้มีการแตกหน่อต่อยอดไปแล้วกว่า 813 สายพันธุ์ย่อย และยังไม่หยุดยั้ง

แม้อัตราป่วยรุนแรง และเสียชีวิต จะลดลงไปมากเมื่อเทียบกับเดลต้า จะด้วยผลจากการที่ได้รับวัคซีน และ/หรือจากตัวไวรัสเองก็ตามแต่ แต่ไม่ควรประมาท เพราะแต่ละวัน ยังมีการติด ป่วย และตายกันอยู่พอสมควรทั่วโลก

หากไม่ได้ป้องกันตัวอย่างดีพอ การแพร่เชื้อติดเชื้อจำนวนมากย่อมส่งผลให้มีโอกาสที่ไวรัสจะเกิดการพัฒนารุนแรงขึ้นได้ และเวลาที่ผ่านไป ประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตจะลดลงไปตามเวลา

สำหรับไทยเรา ตัวเลขจากรายงานประจำสัปดาห์ 5-11 ก.พ.2566 มีจำนวนป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล 392 คน และจำนวนเสียชีวิต 12 คน

...คาดประมาณจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ราว 2,800-3,889 คนต่อวัน

ที่ต้องเน้นย้ำให้ตระหนักคือ จำนวนคนป่วยรายสัปดาห์นอนรพ.เยอะขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า 55.6%

...ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ควรประมาท

ป้องกันตัวอย่างสม่ำเสมอ

การใส่หน้ากากอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงจากโควิด-19 ลงไปได้มาก

วันนี้วันแห่งความรัก...ขอให้มีความสุข และปลอดภัย ระมัดระวังสถานที่เสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง

อีกเรื่องที่สำคัญสำหรับคู่รักวัยรุ่น ควรระมัดระวังการท้องไม่พร้อม และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย

อ้างอิง

Mykytyn AZ et al. Antigenic mapping of emerging SARS-CoV-2 omicron variants BM.1.1.1, BQ.1.1, and XBB.1. The Lancet Microbe. 16 January 2023.

อ้างอิง
1. Kwan AC et al. Association of COVID-19 Vaccination With Risk for Incident Diabetes After COVID-19 Infection. JAMA Network Open. 14 February 2023.
2. Perez-Guzman PN et al. Epidemiological drivers of transmissibility and severity of SARS-CoV-2 in England. medRxiv. 12 February 2023.

ขอขอบคุณที่มา :Thira Woratanarat (ป๊ามี้คีน)
 

ข่าวล่าสุด