เนชั่นทีวี

Lifestyle

ระวัง 8 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมกับช่วงหน้าร้อน

06 ก.พ. 2566 | teerawat_pra

ระวัง 8 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมกับช่วงหน้าร้อน

ในช่วงฤดูร้อน นอกจากจะเจอกับอากาศที่แสนจะร้อนแล้ว ยังต้องเจอกับโรคที่มักมากับแดดร้อนๆ อีกด้วย แดดร้อนๆ เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุกับโรคทางเดินอาหาร ไปดูกันว่า 8 โรคยอดฮิตที่มากับหน้าร้อน มีโรคอะไรบ้าง?

 

สืบเนื่องจากกรณี กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ไทยเข้าสู่ฤดูร้อนปลายก.พ. ปี 2566 นี้ คาดว่าจะหนักกว่าปีก่อนสูงสุด 43 องศา คาดการณ์ช่วงเม.ย.-พ.ค. 66 ระวังพายุไซโคลน

ระวัง 8 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมกับช่วงหน้าร้อน

โดยทางด้าน นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ฤดูร้อนของประเทศไทยปี 2566 นี้ โดยคาดว่า จะเริ่มในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะช้ากว่าปกติประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะสิ้นสุดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ลักษณะอากาศจะร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป และจะมีอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน สลับกับจะมีฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้

อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยประเทศไทยตอนบนประมาณ 35.5 องศาเซลเซียส ซึ่งจะใกล้เคียงกับค่าปกติ (ค่าปกติ 35.4 องศาเซลเซียส) แต่จะสูงกว่าปีที่แล้ว (ช่วงฤดูร้อนปี พ.ศ.2565 อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 34.0 องศาเซลเซียส) และปริมาณฝนรวมเฉลี่ยจะใกล้เคียงค่าปกติ


8 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมกับช่วงหน้าร้อน 
หยิบยกสาระดีๆ จากคุณหมอ ชื่อดัง นำมาเตือนภัยกันไว้ก่อน เตรียมการรับมือ เผื่อว่าคุณหรือสมาชิกในครอบครัวอาจจะประสบกับ 8 โรคร้ายดังต่อไปนี้ จะได้เฝ้าระวังและสังเกตุอาการของโรคได้ทันต่อเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยเราไม่ทันตั้งตัว !!

ระวัง 8 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมกับช่วงหน้าร้อน

ระวัง 8 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมกับช่วงหน้าร้อน

จับตา 8 โรคยอดฮิตที่มาพร้อมกับช่วงหน้าร้อน 


• โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ
เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีอยู่ในน้ำลายของสัตว์ สามารถติดต่อได้จากการโดนสุนัขหรือแมวกัด หรือถูกเลียบริเวณที่มีแผลถลอก หากถูกกัดให้รีบทำความสะอาดแผลทันที และรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกัน

• โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก
อาการที่เกิดจากร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป โดยร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน เพราะมีการสูญเสียน้ำจากร่างกายออกไปทางเหงื่อเป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยจะมีอาการ ซึม ชัก หรือเซลล์ของอวัยวะทำงานผิดปกติ

• โรคอาหารเป็นพิษ
เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ ผู้ป่วยจะมีอาการท้องร่วง คลื่นไส้ ปวดท้อง ลำไส้อักเสบ และอาจมีไข้ ปวดศีรษะร่วมด้วย

• โรคอหิวาตกโรค
เกิดจากการรับประทานอาหาร หรือน้ำดื่มที่มีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำคราวละมากๆ และทำให้มีอาการขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะช็อก หมดสติจากการขาดน้ำ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

• โรคบิด
เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีเชื้อแบคทีเรีย หรืออะมีบา ซึ่งสามารถติดต่อผ่านการรับประทานอาหาร ผักดิบ รวมถึงน้ำที่มีการปนเปื้อน โดยผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายอุจจาระบ่อย หรือมีมูกเลือดปน และมักมีไข้ด้วย

• โรคไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย
เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Salmonella Typhi ที่ปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการไข้เฉียบพลัน ท้องเสีย หรือท้องผูก ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย

• โรคอุจจาระร่วง
เกิดจากการที่รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อโรค การไม่ล้างมือให้สะอาด ใช้มือหยิบจับของที่ปนเปื้อนเชื้อแล้วนำเข้าปาก ส่งผลให้เกิดภาวะถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้งติดต่อกัน หรือมากกว่าใน 1 วัน หรือถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก และอาจมีอาเจียนร่วมด้วย

• โรคไวรัสตับอักเสบA
เป็นโรคไวรัสตับอักเสบชนิดหนึ่งที่ติดต่อผ่านทางอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมทั้งรับประทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงสุก ส่งผลให้เกิดการอักเสบแบบเฉียบพลันของตับ มีอาการอ่อนเพลียและเบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะเข้ม ตาเหลือง ซึ่งโรคนี้สามารถติดต่อผ่านคนสู่คนได้


ขอขอบคุณที่มา : โรงพยาบาลศิครินทร์ 

 

ข่าวล่าสุด