...อัปเดตวัคซีนโควิด-19
วารสาร Nature ฉบับต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ เผยแพร่บทความทบทวนสถานะของวัคซีนโควิด-19 ได้อย่างน่าสนใจ
ตั้งแต่เริ่มมีการใช้วัคซีนจนถึงปัจจุบัน มีการฉีดให้แก่ประชากรโลกไปกว่า 13,000 ล้านโดส โดย mRNA vaccines ได้รับการใช้ไปมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม จากปรากฏการณ์ที่ไวรัสโรคโควิด-19 มีการกลายพันธุ์ไปอย่างต่อเนื่อง มีการหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากวัคซีน ทำให้ต้องมีการวิจัยเพื่อผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ๆ และหาวิธีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันวิธีอื่นๆ ควบคู่กันไป อาทิ การวิจัยวัคซีนชนิดพ่นทางจมูก เพื่อหวังกระตุ้นภูมิคุ้มกันในระบบทางเดินหายใจให้ได้เร็วขึ้นหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่หลายคนจับตามองคือ วัคซีนชนิดพ่นทางจมูก ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ 5 ตัวที่บางประเทศที่ได้เริ่มนำไปใช้แล้ว ได้แก่ จีน (2) อินเดีย (1) รัสเซีย (1) และอิหร่าน (1)
ทั้งนี้ยังคงต้องมีการติดตามศึกษากันต่อไปว่า วัคซีนที่ใช้พ่นทางจมูกนี้จะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับวัคซีนชนิดฉีดที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน
...สำหรับไทยเรา
ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท ป้องกันตัวอย่างสม่ำเสมอ
การใส่หน้ากากอย่างถูกต้องระหว่างใช้ชีวิตนอกบ้าน จะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้มาก
หลายคนเห็นข่าวว่าสายพันธุ์ที่ระบาดในไทยตอนนี้เป็น BN.1.3
แต่คงงงๆ ว่า สายพันธุ์ย่อยนี้มันจะประมาณไหน
จะตอบให้ฟัง...ไม่ต้องกั๊ก
ลองดูกราฟที่แสดงสมรรถนะของแต่ละสายพันธุ์ย่อยดูก็คงเตือนเราได้ว่าควรระมัดระวังตัวระหว่างใช้ชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ
แกน Y คือสมรรถนะหลบหลีกภูมิคุ้มกัน
แกน X คือสมรรถนะในการจับกับตัวรับที่ผิวเซลล์เป้าหมาย
ตระกูล BN.1.x นั้นอยู่ด้านขวามือของกราฟ
เครดิต: Rajnarayanan R., USA
โพสต์ล่าสุด ของคุณหมอ ระบุอีกว่า
วันนี้อากาศโหดมาก...
ช่วยย้ำเตือนดังๆ กันอีกครั้ง
PM2.5 นั้นได้รับการศึกษาวิจัยทั่วโลก
ชี้ให้เห็นว่าทำให้เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพตามมามากมาย
ทั้งเรื่องมะเร็งปอด รวมถึงปัญหาของระบบทางเดินหายใจ อาทิ หอบหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง และอื่นๆ
นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไตเสื่อมเรื้อรัง
และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจนต้องไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล และการเสียชีวิต
สำหรับสตรีที่ตั้งครรภ์ ก็พบว่าการสัมผัสกับฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้จะส่งผลต่อทารกในครรภ์ด้วย โดยสัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักตัวน้อย และปัญหาอื่นๆ ระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นต้น
การปฏิบัติตัวในยุคปัจจุบัน จึงต้องหมั่นอัพเดตสถานการณ์ ประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัว และหาทางป้องกันตัวจากฝุ่นละออง PM2.5 เหล่านี้
การลดละเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองมาก
การออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน ควรใส่หน้ากากอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ
ที่บ้าน ที่ทำงาน ที่สถานศึกษา ควรมีการติดตั้งระบบระบายอากาศให้ดี รวมถึงการหาเครื่องฟอกอากาศที่มี HEPA filter และมีสมรรถนะในการฟอกอากาศเหมาะสมกับพื้นที่ห้อง
สภาพแวดล้อมในสังคม เช่น สถานีขนส่งสาธารณะใต้ดิน เคยมีงานวิจัยต่างประเทศชี้ให้เห็นว่ามีโอกาสที่มีระดับฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงกว่าปกติถึงสองเท่า หากไม่มีระบบระบายอากาศที่ดีพอ ดังนั้นจึงควรมีการตรวจประเมินเป็นระยะ และพัฒนาระบบการระบายและกรองอากาศให้มีประสิทธิภาพ
การมีเครื่องวัดคุณภาพอากาศ เพื่อใช้ประเมินได้ จะเป็นประโยชน์ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน หรือพกติดตัวเวลาตะลอน
หากมีโรคประจำตัว สูงอายุ หรือเด็กเล็ก ควรใส่ใจป้องกันเป็นพิเศษ และถ้ามีโรคที่มีโอกาสกำเริบได้ง่าย เช่น หอบหืด ควรพกยาพ่นไว้ติดตัวด้วยเผื่อฉุกเฉิน