ย้อนไปอ่านโพสต์ก่อนหน้านี้ ของ หมอธีระ
..
วันนี้ตอบคำถามสื่อต่างประเทศไป
เค้าถามมาว่า XBB นั้นมีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับอาการทางคลินิกและความรุนแรงของสายพันธุ์ย่อยนี้บ้างไหม ?
ตอบเค้าไปว่า มีผลวิจัยชิ้นนึงที่เพิ่งออกมาจากอินเดีย เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 ใน medRxiv โดยนำเสนอผลการวิเคราะห์อาการทางคลินิก โดยมีส่วนหนึ่งที่เป็นผู้ป่วย XBB (จำนวนน้อยราว 85 คน)\
อาการทางคลินิก และความรุนแรง ไม่ได้แตกต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ อาทิ BA.2.75 ที่ระบาดมากในอินเดีย ก่อนที่ XBB จะมาแทนที่
อย่างไรก็ตาม ได้ให้ข้อมูลเค้าไปด้วยว่า สายพันธุ์ย่อยรุ่นลูกหลานของ XBB อย่าง XBB.1.5 นั้นคงต้องระวัง เพราะที่เห็นจากอเมริกาที่ระบาดมาก ทำให้ติดกันมาก และป่วยนอนโรงพยาบาลกันมาก โดยงานวิจัยหลายต่อหลายชิ้นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า XBB.1.5 นี้พัฒนาไปกว่าเดิม นอกจากดื้อต่อภูมิคุ้มกันพอๆ กับ XBB.1 แล้วยังสามารถจับกับตัวรับ ACE2 ที่ผิวเซลล์ได้แน่นขึ้น ติดเชื้อสู่เซลล์ได้ง่ายขึ้น และเปรียบเทียบกับสายพันธุ์อื่นทั้ง XBB และ BQ.1.1 แล้วก็พบว่า มีสมรรถนะการแพร่เชื้อที่สูงกว่า 20-40% อีกด้วย
จับตาอีกโพสต์ที่ หมอธีระ ได้รายงานสถานการณ์โควิด-19 รอบโลก ไว้อย่างน่าทึ่ง !!
18 มกราคม 2566
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 218,691 คน ตายเพิ่ม 715 คน รวมแล้วติดไป 671,780,889 คน เสียชีวิตรวม 6,732,840 คน
5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา
เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปและเอเชียครอง 8 ใน 10 อันดับแรก และ 16 ใน 20 อันดับแรกของโลก
จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชียและยุโรป รวมกันคิดเป็นร้อยละ 96.5 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 93.42
...ข้อมูลการระบาดของจีน
ข้อมูลการตรวจสายพันธุ์จาก GISAID จนถึง 16 มกราคม 2566 จะพบว่า BF.7.2 และ BA.5.2.48 ครองการระบาด แต่มีตัวอื่นๆ หลากหลาย รวมถึง BQ.1.x, CH.1.1, และ XBB.1.5
...อัปเดต XBB.1.5
ทีมงานจากมหาวิทยาลัยโตเกียว เผยแพร่ผลการวิจัยใน bioRxiv เมื่อวานนี้ 17 มกราคม 2566
พบว่า XBB.1.5 นั้นมีสมรรถนะในการแพร่จากคนติดเชื้อไปผู้อื่นได้มากกว่า BQ.1.1 ราว 1.2 เท่า
นอกจากนี้ยังจับกับตัวรับ ACE2 ที่ผิวเซลล์เป้าหมายได้แน่นกว่าฺ 4.3 เท่า รวมถึงสามารถติดเชื้อในเซลล์เป้าหมายได้มากกว่า BQ.1.1 ถึง 3.3 เท่า
ทีมวิจัยประเมินว่า XBB.1.5 นี้เป็นสายพันธุ์ย่อยที่ทำให้เกิดปัญหาการระบาดได้มากกว่าตัวอื่นที่เคยมีมาของตระกูล XBB เพราะเกิดการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง S:F486P
...สำหรับไทยเรา
การดำเนินชีวิตประจำวัน ทำงาน เรียน พบปะผู้คน สังสรรค์ปาร์ตี้ เดินทางท่องเที่ยว ควรเป็นไปด้วยความระมัดระวัง มีสติ ไม่ประมาท ป้องกันตัวอย่างสม่ำเสมอ
คนเยอะ คลุกคลีใกล้ชิดโดยไม่ป้องกันตัว ระบายอากาศไม่ดี เป็นความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อแน่นอน
ไม่สบาย ให้รีบตรวจ หากติดเชื้อ แยกตัวอย่างน้อย 7-10 วันจนอาการดีขึ้นและตรวจได้ผลลบ แล้วค่อยออกมาใช้ชีวิต ป้องกันเคร่งครัดจนครบสองสัปดาห์
ติดแต่ละครั้ง ไม่จบแค่ชิลๆ แล้วหาย แต่ป่วยรุนแรงได้ ตายได้ และเสี่ยงต่อ Long COVID
ป้องกันตัวไม่ให้ติดเชื้อ หรือไม่ติดซ้ำ ย่อมดีที่สุด
การใส่หน้ากากอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้มาก
ขอขอบคุณที่มา สาระความรู้ดีๆ ก้าวทันโลกโควิด-19 จาก << หมอธีระ >> Thira Woratanarat (ป๊ามี้คีน)
ย้อนอ่านสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงต้นปี (2566)
อ้างอิง
Uriu K et al. Enhanced transmissibility, infectivity and immune resistance of the SARS-CoV-2 Omicron XBB.1.5 variant. bioRxiv. 17 January 2023.
อ้างอิง
Fawzy NA et al. A Systematic Review of Trials Currently Investigating Therapeutic Modalities for Post-Acute COVID-19 Syndrome and Registered on World Health Organization International Clinical Trials Platform. Clin Microb Inf. 12 January 2023.