หลายคนอาจมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแต่ละวันแตกต่างกันไป บางวันก็จำเป็นต้องแต่งหน้าเพื่อไปทำงานหรือออกไปทำธุระข้างนอก การทำความสะอาดควรเริ่มด้วยการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางบนผิวด้วยคลีนซิ่ง วอเตอร์ ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว แล้วล้างหน้าตามอีกครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว เพื่อขจัดสิ่งสกปรกตกค้างและความมันส่วนเกินที่อาจหลงเหลืออยู่ที่ผิว หากวันที่ไม่ได้ออกจากบ้านก็สามารถทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนที่มีค่าพีเอชในระดับเดียวกับผิว
โดยสามารถใช้ควบคู่กับแปรงหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดผิวหน้าได้ หลังจากนั้นก็ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าตามอีกครั้ง แต่ก็มีข้อควรระวังคือไม่ควรใช้น้ำที่มีอุณภูมิสูงเกินไปล้างหน้า เพราะจะทำให้ผิวเสียสมดุล เนื่องจากผิวจะสูญเสียไขมันตามธรรมชาติที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวไป ทำให้เกิดอาการผิวเสียสมดุล แห้งลอกได้ และไม่ควรปล่อยให้ใบหน้าที่เปียกแห้งไปเอง เพราะน้ำที่เกาะบนผิวจะระเหยไปโดยดึงเอาความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิวออกไปด้วย ทำให้ผิวแห้งกว่าปกติ ดังนั้นจึงควรใช้ผ้าเช็ดหน้านุ่มๆ ซับหน้าแบบเบามือหลังล้างหน้า เพียงเท่านี้ก็เป็นการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการรับครีมบำรุงในขั้นตอนต่อไปได้
หากเลือกใช้ส่วนผสม ในผลิตภัณฑ์ล้างหน้าเพื่อดูแลผิวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ อย่าง “น้ำมันรำข้าว” (Rice Bran Oil) สิ่งมหัศจรรย์ใกล้ตัวที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งด้านโภชนเภสัช อาหาร หรืออุตสาหกรรมความงาม อุดมด้วยวิตามินอีในกลุ่มโทโคไตรอีนอล (Tocotreienol) และโทโคฟีรอล (Tocopherol) รวมถึงสารแกมม่า-ออริซานอล (Gamma-Oryzanol) ซึ่งพบเฉพาะในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ (Anti-oxidant) ได้ดีกว่าวิตามินอีทั่วไปถึง 6 เท่า รวมถึงปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดทำลาย ช่วยฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น ซึมซาบสู่ผิวได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน
“ชิโซะ” (Shiso) พืชที่อุดมด้วยสารสำคัญอันมีประโยชน์ อาทิ เช่น โรสแมรินิค แอซิด (Rosemarinic Acid), แอล-เพอริลลาดีไฮด์ (L-Perilladehyde) และฟีนอล คอมพาวด์ (Phenol Compound) โดดเด่นในการให้ความชุ่มชื้น ปกป้องและฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพ อีกทั้งยังเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ทรงประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ด้วยสัดส่วนของวิตามิน A (มากกว่าผลกีวีถึง 300 เท่า),วิตามิน C (มากกว่าผลเลมอนถึง 160 เท่า)
และวิตามิน E สูง พร้อมวิตามิน B1, B2, B6, K, แร่ธาตุและโปรตีนหลากชนิด สารสกัดจากชิโซะยังมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) และด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของสารสกัดจากชิโซะนำมาผ่านกระบวนการสกัดด้วย “นาโนเทคโนโลยี” ปราศจากการใช้สารเคมีจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ได้อนุภาคขนาดนาโนเมตร (10-9) ทำให้ได้อนุภาคขนาดเล็กสามารถซึมเข้าสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) เกิดประสิทธิภาพการบำรุงอย่างล้ำลึก เทคนิคง่ายๆที่จะทำให้คุณผู้อ่านกลับมาสัมผัสผิวสะอาด กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดี และทำได้ง่ายๆด้วยตัวเองลองนำเทคนิคไปใช้กันดูนะค่ะ
ที่มา'ธัญ’ (THANN)