ผู้หญิงหมดประจำเดือน สาววัยเสี่ยง 'หลอดเลือดหัวใจตีบ'
11 ม.ค. 2566 | warunee_man

เพราะเหตุใด "สาววัยทอง" จึงเป็นวัยที่เสี่ยงต่อ "โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ" มากกว่าผู้หญิงในช่วงวัยอื่นๆ ค้นหาคำตอบพร้อมวิธีการดูแลสุขภาพหัวใจให้ปลอดภัยไปพร้อมๆ กัน
Lifestyle
11 ม.ค. 2566 | warunee_man

เพราะเหตุใด "สาววัยทอง" จึงเป็นวัยที่เสี่ยงต่อ "โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ" มากกว่าผู้หญิงในช่วงวัยอื่นๆ ค้นหาคำตอบพร้อมวิธีการดูแลสุขภาพหัวใจให้ปลอดภัยไปพร้อมๆ กัน
ผู้หญิงวัยทอง คือภาวะที่ผู้หญิงไม่มีประจำเดือนอย่างถาวร ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่การที่ไม่มีประจำเดือนติดต่อกันเป็นเวลา 1 ปี อายุเฉลี่ย 50 ปี หรือระหว่างอายุ 45 - 55 ปี จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการที่รังไข่หยุดทำงาน คืออายุมากกว่า 40 ปี จากการผ่าตัดรังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง ซึ่งสามารถเกิดได้ในคนที่อายุน้อยกว่า 40 ปี
ภาวะวัยทอง
โดยปกติรังไข่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศหญิงอย่างฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีผลต่ออวัยวะทั่วร่างกาย เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนรังไข่จะหยุดทำงานทำให้สร้างฮอร์โมนเพศหญิงได้ลดลง นำไปสู่อาการต่างๆ ของวัยหมดประจำเดือน ได้แก่ รู้สึกร้อนวูบวาบ มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย อารมณ์แปรปรวน ในบางคนมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย ซึ่งอาการมักเกิดในช่วง 3-4 ปีก่อนและหลังหมดประจำเดือน โดยช่วงเวลาและความรุนแรงอาจแตกต่างกันในแต่ละคน และในบางคนอาจไม่มีอาการเลย นอกจากนี้ ยังอาจพบโรคที่เกิดจากภาวะการขาดฮอร์โมนเพศหญิงได้ เช่น โรคกระดูกพรุน ช่องคลอดแห้ง ปัสสาวะลำบาก เป็นต้น
วัยทองสาววัยเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ในผู้หญิงอายุน้อยส่วนใหญ่ถ้าไม่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่พบบ่อย ก็มักจะมาด้วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่ผิดจังหวะชั่วคราวเนื่องจากความเครียด ทานยาบางอย่าง หรือเนื่องจากทานเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะบางครั้ง ซึ่งสามารถหายเองได้ บางครั้งถ้าไม่หายเองอาจต้องใช้ยาช่วยควบคุม แต่ถ้าผิดปกติมาก ๆ อาจต้องจี้ด้วยกระแสไฟฟ้าเพื่อให้เป็นปกติ นอกจากนี้สมัยก่อนที่พบคือ โรคลิ้นหัวใจ มีโรคเฉพาะในประเทศที่ยังไม่พัฒนา เมื่อเป็นหวัดเจ็บคอ แล้วไม่รักษาให้ดี ทำให้มีภูมิต้านทานไปจับที่ลิ้นหัวใจ เกิดความผิดปกติในหัวใจ คออักเสบติดเชื้อ พวกเชื้อสแตปฟิโลคอคคัส (Staphylococus) ทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาแล้วไปจับที่ข้อตัวลิ้นหัวใจ จึงทำให้เกิดโรคลิ้นหัวใจรูห์มาติก (Rheumatic) ทำให้ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วได้ ปัจจุบันป้องกันได้ครอบคลุม โรคลิ้นหัวใจรูห์มาติกก็ลดน้อยลงไป
วัยทอง วัยเสี่ยง
เมื่อผู้หญิงอายุแตะวัยทอง โอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบพุ่งเท่าคุณผู้ชาย โดยผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้เท่ากับผู้ชาย คือโดยรวมผู้หญิงจะมีอัตราส่วนของการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบน้อยกว่าผู้ชาย 5 ต่อ 1 หรือประมาณ 20–25% แต่พออายุมากขึ้นถึงวัยหมดประจำเดือน โอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบจะเท่ากับผู้ชาย
ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบจะมีอายุมากกว่า 40–45 ปี อยู่ในวัยหมดประจำเดือน ส่วนผู้ชายอาจพบเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตั้งแต่อายุ 30 ปี สมัยก่อนพบว่าผู้ชายเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเมื่ออายุเกิน 45 ปี แต่ปัจจุบันอายุน้อยลง 30 ปีก็พบเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ เนื่องจากความเครียด สูบบุหรี่ ทานอาหารจังก์ฟู้ดส์ ไขมันสูง ขาดการออกกำลังกาย ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้
ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนกับปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นโรคที่เกิดจากการตีบของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เนื่องจากมีไขมันและหินปูนไปสะสมอยู่ในผนัง หลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบ เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาจทำให้เสียชีวิตกระทันหันได้ ซึ่งผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น เพราะโดยปกติฮอร์โมนเพศหญิงจะช่วยลดระดับไขมันไม่ดีและเพิ่มระดับไขมันที่ดีในเลือด ป้องกันไม่ให้ไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายยืดหยุ่น เมื่อขาดฮอร์โมนเพศหญิงจึงส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวหรืออุดตันได้ทั่วร่างกาย รวมไปถึงหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
สังเกตอาการหลอดเลือดตีบ ภาวะหลอดเลือดตีบเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย อาการที่เกิดขึ้นอยู่กับปริมาณความรุนแรงของหลอดเลือดที่ตีบในอวัยวะนั้น ๆ เช่น
สัญญาณเตือนหลอดเลือดหัวใจตีบที่พบบ่อย อาทิ
หลอดเลือดตีบตีบป้องกันได้ด้วยวิธีการดังนี้
การตรวจสุขภาพหัวใจมีอะไรบ้าง
การตรวจเลือดดูภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Cardiacenzyme), การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram), การ อัลตราซาวน์หัวใจ (Echocardiogram) โดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสะท้อนไปยังหัวใจ แล้วนำกลับมาสร้างเป็นภาพที่เห็น คือ หัวใจของผู้ป่วย แพทย์สามารถใช้ในการวินิฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคลิ้นหัวใจ โรคเยื่อหุ้มหัวใจ การตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยการเดินสายพาน (Exercise stress test), การตรวจระดับแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary calcium score) คือ การตรวจวัดปริมาณแคลเซียม หรือหินปูนที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้เครื่อง CT Scan ให้ความแม่นยำสูง ใช้เวลาตรวจน้อยไม่ต้องฉีดสี ใช้ปริมาณรังสีไม่มาก การฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram)
ที่มา : โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ / ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสุขุมวิท