3. หัวใจและความดันโลหิตก็เสี่ยง
ไม่ใช่แค่กระดูกกับกล้ามเนื้อ วิตามินดียังมีผลต่อสุขภาพหัวใจด้วย งานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าคนที่มีระดับวิตามินดีต่ำจะมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าคนที่ได้รับเพียงพอ
วิตามินดีช่วยลดการแข็งตัวของหลอดเลือด ลดการอักเสบ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้อีกด้วย
4. เสี่ยงภาวะซึมเศร้าและสมองเสื่อม
วิตามินดีมีผลต่อสมองและอารมณ์ด้วยนะ หลายงานวิจัยพบว่าคนที่ขาดวิตามินดีมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้า และอาจเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์มากขึ้น วิตามินดีช่วยลดการอักเสบในสมอง และมีบทบาทในการควบคุมสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความจำ ถ้าอยากให้สมองแจ่มใส ควรได้รับวิตามินดีให้เพียงพอ
5. ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อง่าย
วิตามินดีเป็นตัวช่วยสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ถ้าขาดวิตามินดี ร่างกายจะต่อสู้กับเชื้อโรคได้ไม่ดี ทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ปอดบวม และติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
มีงานวิจัยที่พบว่าคนที่มีระดับวิตามินดีต่ำมีโอกาสเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจมากกว่าคนที่ได้รับเพียงพอ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากป่วยบ่อย ควรเสริมวิตามินดีให้เพียงพอนะครับ
แล้วทำยังไงให้ได้รับวิตามินดีเพียงพอ?
1.ออกไปรับแดด แดดอ่อนๆ ตอนเช้าหรือเย็น ประมาณ 10-15 นาที ช่วยให้ร่างกายผลิตวิตามินดีเองได้
2.กินอาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ไข่แดง ตับ และนมเสริมวิตามินดี
3.เสริมวิตามินดีถ้าจำเป็น โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ออกแดดหรือได้รับจากอาหารไม่พอ เลือกกินเป็นอาหารเสริมก็ได้ครับ แนะนำให้เลือก วิตามินดี 3 (D3) เพราะเป็นชนิดเดียวกับที่ร่างกายผลิตจากแสงแดด ดูดซึมได้ดี และช่วยเพิ่มระดับวิตามินดีในเลือดได้มีประสิทธิภาพกว่าชนิด D2 ถ้าไม่แน่ใจว่าควรเสริมเท่าไหร่ ลองปรึกษาหมอเพิ่มเติมก็ได้ครับ
"หมอเจด" ทิ้งท้ายว่า วิตามินดีอาจดูเหมือนไม่สำคัญ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นตัวช่วยให้ร่างกายแข็งแรงในวัยสูงอายุ ถ้าอยากอายุยืน สุขภาพดี ไม่อยากเจอโรคพวกนี้ ดูแลวิตามินดีให้พอนะครับ
ขอขอบคุณ : เพจ หมอเจด
ขอบคุณภาพจาก : brgfx , freepik