ดังนั้น พื้นที่ทางธรรมชาติเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นไม่ว่าป่าไม้ แม่น้ำ คูคลอง บึง พื้นที่สีเขียวในเมือง ได้เอื้อประโยชน์ด้านต่างๆ พื้นที่ทางธรรมชาติยังมีคุณค่าทางจิตใจของคนเมือง ทำให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่ ช่วยผ่อนคลายจากความเครียด สร้างเสริมสุขภาพกายที่ดี จากมีพื้นที่เปิดโล่งที่มีอากาศถ่ายเท เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมนันทนาการรูปแบบต่างๆ และช่วยเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีของเด็กรุ่นใหม่ แต่น่าเสียดายว่าพื้นที่ทางธรรมชาติหลายแห่งถูกเปลี่ยนไป เพราะมองว่าเป็น “พื้นที่รกร้าง” ไม่ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ หารู้ไม่ว่า...พื้นที่เหล่านั้นเป็นพื้นที่รองรับและซับน้ำ ช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมและภัยแล้งในหลายเมืองทั่วโลก ขณะเดียวกันก็ให้ความชุ่มชื้นและความร่มรื่น ช่วยลดอุณหภูมิของเมืองจากปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง (Urban heat island : UHI) ส่วนพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ ได้ช่วยในด้านน้ำสะอาด อากาศสะอาด ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของศัตรูพืชและเชื้อโรค และควบคุมสภาพภูมิอากาศหลายเมืองทั่วโลกจึงเริ่มคิดและออกแบบเมืองคู่กับการรักษาพื้นที่ทางธรรมชาติ เพราะตระหนักถึงความจำเป็นในการคุ้มครองแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ล้วนช่วยสร้างเสริมสุขภาพที่ดี เพราะเชื่อว่าพื้นที่ทางธรรมชาติ เมืองน่าอยู่ สู่สุขภาพดี
ความหลากหลายทางชีวภาพกับสุขภาพของมนุษย์เป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้
สำหรับความหลากหลายทางชีวภาพกับสุขภาพของมนุษย์เป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้ เพราะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและน้ำ ความเสี่ยงภัยธรรมชาติ ความเสี่ยงต่อโรคระบาด การมีแหล่งรวมพันธุกรรมสำหรับผลิตวัคซีน ยาแผนปัจจุบัน และสมุนไพร ล้วนเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น
เริ่มจากการส่งเสริมการบริโภคอาหารปลอดภัย อาหารพื้นถิ่น และอาหารที่หลากหลาย ที่ไม่ใช้หรือควบคุมการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร ซึ่งทำให้ทั้งผู้บริโภคและเกษตรกรมีสุขภาพที่ดี ลดภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพ การบริโภคอาหารพื้นถิ่นจะช่วยลดการนำเข้าชนิดพันธุ์จากต่างถิ่น ที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อชนิดพันธุ์อื่น ช่วยรักษาแหล่งพันธุกรรมพื้นถิ่น ส่วนอาหารที่หลากหลายนอกจากจะช่วยลดความจำเจแล้ว ยังเป็นการรักษาหลากหลายสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตในท้องถิ่น ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคระบาดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การรักษาสภาพแวดล้อมในเมืองและชุมชน ด้วยการคุ้มครองพื้นที่สีเขียวและแหล่งน้ำธรรมชาติ ป้องกันและลดมลพิษทั้งอากาศ น้ำเสีย และขยะมูลฝอย ซึ่งเป็นการป้องกันผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับสุขภาพของมนุษย์และยังส่งผลดีต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ เพื่อเสริมพัฒนาการของเด็ก ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่ การสำรวจและรวบรวมข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นสร้างคุณค่าและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ความตระหนักของเด็กในการร่วมกันดูแลรักษาแหล่งธรรมชาติใกล้ตัว
การส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการและการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ โดยเฉพาะการทำกิจกรรมในพื้นที่ทางธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่สวยงาม ด้วยการศึกษาข้อมูล กฎระเบียบ และมาตรการที่กำหนดในการเข้าไปท่องเที่ยวล่วงหน้า ทั้งการกำจัดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้มากเกินไป พื้นที่ที่อนุญาตให้เข้าไปท่องเที่ยวได้ และปฏิบัติตามข้อห้ามและคำแนะนำในการท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด เช่น ไม่ส่งเสียงดัง ไม่หยิบจับ ย้าย หรือนำออกมาจากพื้นที่ ไม่ใช้สารเคมีกำจัดแมลงหรือครีมกันแดดที่มีสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อปะการัง ไม่สัมผัสตัวสัตว์และไม่ควรพยายามไล่ตาม หรือหลอกล่อให้สัตว์เข้าใกล้ด้วยอาหารของมนุษย์ รวมถึงวางแผนลดการเกิดขยะให้เหลือน้อยที่สุด โดยเฉพาะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และนำขยะกลับมาจำกัดอย่างเหมาะสม ตลอดจนมาตรการเพื่อความปลอดภัยต่างๆ
ทั้งนี้ ภาคีด้านสุขภาพสามารถมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ผ่านกระบวนการจัดทำแผนงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ (NBSAP) ที่กำลังดำเนินให้แล้วเสร็จภายในปี 2567 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายของกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework) คือ “การมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่กับธรรมชาติที่สมบูรณ์ ภายในปี 2050 หรือ พ.ศ. 2593”
อ้างอิงข้อมูลจาก:
- สำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (The CBD Secretariat)
- กลไกการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความหลากหลายทางชีวภาพ (CHM-Thai)
- องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF)
- World Economic Forum
- Human Healthcare Thailand