โดยผู้บริโภค 53% กล่าวว่าพวกเขาจะเลือกให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนก็ต่อเมื่อพวกมีความสะดวกด้านต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้ากลุ่มนี้ ซึ่งในกลุ่มคำตอบนี้ผู้บริโภคในตลาดเอเชียมีสัดส่วนสูง (61%) เมื่อเทียบกับตลาดยุโรปที่น้อยกว่า (36%) นอกจากนี้ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจ (33%) กล่าวว่า การใช้ชีวิตวิถียั่งยืนนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป โดยผู้ตอบแบบสำรวจไทยนำมาในกลุ่มนี้ (84%) ตามด้วยสหรัฐอาหรับเอมิเตรส์ (41%) และสเปน (37%)
ทั้งนี้ ท่ามกลางความรู้สึกของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สิ่งที่ธุรกิจสามารถทำได้เพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าและบริการที่เน้นความยั่งยืนคือ
- ทำให้สินค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมีราคาที่ผู้บริโภครับได้มากขึ้น (61%)
- ใช้พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ได้ครั้งเดียวให้น้อยลง (55%)
- การให้ทางเลือกสินค้าและบริการที่เน้นความยั่งยืนมากขึ้น (47%)
ซึ่งธุรกิจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อทำให้ผู้บริโภคเชื่อว่าสินค้าของตนมีความยั่งยืนจริงตามที่ได้กล่าวอ้างไว้
รายงาน ESG ล่าสุดยังเผยให้เห็นข้อมูลจากแพลตฟอร์มบัญชีแยกประเภทคาร์บอนของอาลีบาบาที่ระบุว่ามีผู้บริโภค 187 ล้านคนเข้าร่วมกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในช่วง 12 เดือน (นับถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566) โดยมีสินค้า 1.91 ล้านรายการจากแบรนด์ 409 แห่งที่นำเสนอบน Tmall และ Taobao ผ่านโปรแกรมสินค้าคาร์บอนตํ่าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2566)
ทั้งนี้ ผลการวิจัยข้างต้นยังสอดคล้องกับงานวิจัยที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่ โดยข้อมูลวิจัยจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU ที่เปิดเผยเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลให้เกิดปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้สินค้าและบริการที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยจากเชิงลบสู่เชิงบวก 3 ประเด็น ได้แก่
1.การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ (Better Food for Better Health) ผู้บริโภคต้องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอาหารให้ดีต่อสุขภาพ เนื่องจากต้องการดูแลสุขภาพระยะยาว เสริมภาพลักษณ์ และป้องกันโรค
2. การดูแลสุขภาพใจ โดยเรื่อง(ไม่)ลับกับสุขภาพใจ (Better Mind for Better Life) โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียด 3 อันดับแรก ได้แก่ หน้าที่ความรับผิดชอบ การเงิน และสุขภาพ อีกทั้งยังพบว่า กลุ่มคน Gen Y มีความเครียดมากที่สุด จากหน้าที่การงานและความต้องการบาลานซ์ความสุข
3.การรักษาสิ่งแวดล้อม หรือ ศาสตร์แห่งความยั่งยืน (Better World for Better Future) จากข้อมูลวิจัยพบว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลให้เกิดปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้สินค้า และบริการที่เกี่ยวกับความยั่งยืน โดยกลุ่มตัวอย่างมีการตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมกว่า 69.9% ตามด้วยต้องการช่วยแก้ปัญหาระยะยาว 62.6% และต้องการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต 61.2%