นักวิทยาศาสตร์ ได้เผยถึงการศึกษาล่าสุด ที่วิเคราะห์การไหลเวียนของกระแสน้ำในเส้นเมอริเดียนในมหาสมุทรแอตแลนติก (Meridional Overturning Circulation, AMOC) ซึ่งถือเป็นกระแสน้ำที่ลำเลียงสารอาหารและสภาพอากาศของมหาสมุทร ซึ่งจะพาน้ำอุ่นเขตร้อนขึ้นไปทางเหนือสู่มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ถ่ายเทอุณหภูมิทำให้อุณหภูมิในยุโรปตะวันตกอบอุ่นขึ้นไม่หนาวตาย หลังจากนั้นก็จะเย็นตัวลงใกล้ขั้วโลกเหนือแล้วจมลงไหลลงทางใต้ในระดับความลึกใต้ทะเล และนำสารอาหารจากใต้ทะเลขึ้นมา แล้วก็จะเริ่มเป็นวงจรใหม่
สถานการณ์ของระบบไหลเวียนของกระแสน้ำเส้นเมอริเดียนในมหาสมุทรแอตแลนติก หรือ AMOC กำลังจะถูกทำลายเนื่องจากก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์ปล่อยและพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้กระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกนี้ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะถูกทำลายและหายไปอย่างเร็วสุดในปี 2050
หากเหตุการณ์ที่กระแสน้ำเส้นเมอริเดียนในมหาสมุทรแอตแลนติกหายไป อาจส่งผลร้ายแรงกับสภาพอากาศของโลก จะเปลี่ยนการกระจายความร้อนและปริมาณน้ำฝนทั่วโลก
ซึ่ง Peter Ditlevsen ศาสตราจารย์จาก สถาบัน Niels Bohr ของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน เผยว่า
นี่อาจจะทำให้อุณหภูมิในยุโรปเย็นลง ผู้คนอาจจะแข็งตายในที่สุด หนทางที่ดีที่สุดคือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเร็วที่สุด
ขอขอบคุณที่มา : CNN / Science Alert