เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : สงครามศรัทธา! ทรัมป์ VS โป๊ปเลโอ

19 เม.ย. 2569

OPINION : สงครามศรัทธา! ทรัมป์ VS โป๊ปเลโอ

สัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากโลกจะลุ้นเรื่องการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ และการเจรจารอบที่สองกับอิหร่านแล้ว อีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็คือ การเปิดศึกกับ “สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14” หลายระลอก

แม้ที่ผ่านมาทรัมป์จะเคยวิจารณ์คนดังไปจนถึงผู้นำประเทศมาแล้วนักต่อนัก แต่ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนักเพราะโป๊ปคือประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่มีผู้ศรัทธาทั่วโลกกว่า 1,400 ล้านคน

จริงๆ แล้วการวิจารณ์ของทรัมป์อาจดูไม่น่าแปลกใจนัก เพราะโป๊ปพระองค์ก่อนอย่างสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรัมป์ก็เคยตอบโต้จุดยืนของพระองค์ที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการปราบปรามและเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายที่มีการพรากเด็กจากผู้ปกครอง แต่สำหรับโป๊ปเลโอ พระองค์ทรงเลือกที่จะไม่นิ่งเฉยและโต้กลับ จนกลายมาเป็นผู้ที่กล้าเผชิญหน้ากับทรัมป์มากที่สุดในประเด็นสงครามอิหร่านในตอนนี้



🔵 [ทรราชแอบอ้างพระเจ้า]


โป๊ปเลโอทรงเรียกร้องสันติภาพและการเจรจามาตั้งแต่เริ่มสงครามอิหร่าน และพระองค์ทรงตรัสแบบเดียวกันนี้กับทุกความขัดแย้งที่เกิดขึ้นบนโลก รวมถึงระหว่างไทยกับกัมพูชาเมื่อปลายปีที่ผ่านมาเช่นกัน โดยสำหรับโป๊ปที่ทรงขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ระมัดระวังและเลือกใช้คำแล้ว คำต่างๆ ที่พระองค์ตรัสออกมาย่อมมีความหมายและส่งสัญญาณได้อย่างชัดเจน

ตอนที่ทรัมป์ได้เริ่มขู่จะทำลายอารยธรรมอิหร่าน โป๊ปเลโอก็ทรงเริ่มเลือกใช้คำที่ดูแรงขึ้น โดยตรัสว่า “พระเจ้าไม่ทรงสดับคำอธิษฐานของผู้ที่ทำสงคราม แต่ทรงปฏิเสธคนเหล่านั้น แม้จะอธิษฐานมากมายเพียงใด เพราะมือของพวกเจ้าเต็มไปด้วยเลือด” จนกระทั่งหลังจากทรัมป์ได้เรียกพระองค์ว่า “อ่อนแอ” โป๊ปก็ทรงตอบเป็นภาษาอังกฤษแม้ปกติจะใช้ภาษาอิตาเลียนหรือสเปนเป็นหลักว่า พระองค์ไม่กลัวรัฐบาลทรัมป์ และจะยังทรงยืนหยัดเปล่งวาจาด้วยเสียงที่ดังฟังชัดต่อไป

OPINION : สงครามศรัทธา! ทรัมป์ VS โป๊ปเลโอ

จากนั้นไม่นาน ระหว่างที่โป๊ปเลโอเสด็จเยือน 4 ชาติแอฟริกา พระองค์ก็มีพระดำรัสที่กลายเป็นพาดหัวข่าวไปทั่วโลกว่า “โลกกำลังถูกทำลายล้างโดยทรราชเพียงไม่กี่คน พวกที่อ้างศาสนาหรืออ้างชื่อพระเจ้ามาบังหน้า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำสงคราม หาเงิน หรือหาอำนาจทางการเมือง คือพวกที่น่าละอายและกำลังทำให้ศาสนาแปดเปื้อน”

แม้โป๊ปไม่ได้ตรัสถึงชื่อใครโดยตรง แต่ชัดเจนว่าหนึ่งในนั้นต้องสื่อถึงทรัมป์ เพราะหากย้อนไปตั้งแต่ภารกิจช่วยนักบิน F-15 นายที่สองที่ถูกอิหร่านยิงตก ทรัมป์กล่าวว่านั่นคือ “ปาฏิหาริย์ในวันอีสเตอร์” เขาบอกด้วยว่าพระเจ้ากำลังช่วยกองทัพสหรัฐฯ จนกระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ยังได้โพสต์ภาพตัวเองที่คล้ายกับพระเยซูแม้เขาจะอ้างว่าเหมือนหมอก็ตาม และสำทับด้วยภาพเอไอที่แสดงให้เห็นพระเยซูกำลังโอบกอดทรัมป์ด้วย
.
🔵 [ศึก 2 อเมริกัน]
ทรัมป์ในวัย 79 ปี วิจารณ์โป๊ปว่าพระองค์ทรงได้รับเลือกเพียงเพราะถูกมองว่าเหมาะที่จะรับมือกับเขา ในขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 พระชนมายุ 70 พรรษา ทรงเป็นโป๊ปองค์ที่ 267 และทรงเป็นชาวอเมริกันพระองค์แรกในประวัติศาสตร์เกือบ 2,000 ปี และกำลังจะทรงดำรงตำแหน่งครบรอบ 1 ปี ในอีกไม่ถึง 1 เดือนข้างหน้า ด้วยความที่โป๊ปทรงเป็นคนอเมริกัน ชาวคาทอลิกในสหรัฐฯ จึงยิ่งมีความศรัทธาในพระองค์

เห็นชัดเจนจากการสำรวจความคิดเห็นโดยสำนักข่าว NBC เมื่อเดือนที่แล้ว พบว่าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอทรงเป็นบุคคลสาธารณะที่มีคะแนนนิยมสุทธิ (ส่วนต่างระหว่างมุมมองด้านบวกกับด้านลบ) มากที่สุดที่ +34 ขณะที่ทรัมป์มีคะแนนสุทธิที่ -12 น้อยกว่ามาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ด้วยซ้ำ

หลังจากเกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต ทรัมป์จึงรีบออกมาแก้ต่างว่า สมเด็จพระสันตะปาปาทรงมีอิสระที่จะตรัสอะไรก็ได้ตามที่พระองค์ต้องการ แต่สิ่งสำคัญคือพระองค์ต้องเข้าใจว่าอิหร่านไม่มีทางที่จะมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ ในขณะที่โป๊ปทรงย้ำล่าสุดว่า พระองค์ไม่ได้สนใจการโต้วาทีกับทรัมป์ และการรายงานข่าวเกี่ยวกับความคิดเห็นที่พระองค์ทรงแสดงออกนั้นไม่ได้ถูกต้องในทุกแง่มุม รวมทั้งพระดำรัสเกี่ยวกับ “ทรราช” ที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าสองสัปดาห์แล้ว

🔵 [“แวนซ์” ตกที่นั่งลำบาก]


นอกจากทรัมป์แล้ว ตอนนี้สปอตไลต์กำลังส่องไปที่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ทั้งในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจากับอิหร่านและในแง่ที่เขาเป็นชาวคริสต์นิกายคาทอลิกด้วย โดยใน ครม.ทรัมป์ มีรัฐมนตรีที่เป็นคาทอลิกอย่างน้อย 8 คน รวมทั้งแวนซ์ รูบิโอ ไปจนถึงโฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ ลีวิตต์ด้วย


กลายเป็นว่าแวนซ์ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนมาเป็นคาทอลิกได้เพียง 7 ปี และเคยเข้าเฝ้าโป๊ปเลโอมาแล้ว ต้องรับบทคอยแก้ต่างให้กับทรัมป์ในแทบทุกโอกาส ตั้งแต่การตอบโต้ว่า พระสันตะปาปาตรัสไม่ถูกต้องว่าสาวกของพระคริสต์ไม่เคยอยู่ฝ่ายเดียวกับผู้ที่เคยถือดาบและปัจจุบันทิ้งระเบิด โดยอ้างตัวอย่างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่พระองค์ต้องทรงระมัดระวังเมื่อตรัสถึงเรื่องทางเทววิทยาคาทอลิก ก่อให้เกิดการถกเถียงถึง “ทฤษฎีสงครามที่ชอบธรรม” ที่มีมานานนับพันปี ไปจนถึงการอ้างว่าภาพทรัมป์ที่คล้ายกับพระเยซูนั้นเป็นเพียงแค่มุกตลกที่คนไม่เข้าใจจึงลบในภายหลัง

🔵 [วัดใจฐานเสียงคาทอลิก]


ชาวอเมริกันที่นับถือคริสต์นิกายคาทอลิกมีกว่า 53 ล้านคนจากประชากร 267 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของทั้งประเทศ โดยเป็นผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันของทรัมป์ 53% มากกว่าเดโมแครตราว 10% ขณะที่ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 2 ปีก่อน ฐานเสียงคาทอลิกโหวตให้กับทรัมป์ถึง 55%

แต่หลังจากเปิดฉากสงครามอิหร่าน ผลสำรวจของ Fox News เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมกลับพบว่า ชาวคาทอลิกที่สนับสนุนทรัมป์ในภาพรวมเหลือเพียง 48% และลดลงไปอีกเหลือแค่ 40% ที่มองว่าทรัมป์ทำถูกต้องเกี่ยวกับอิหร่าน โดยต้องเน้นย้ำว่าโพลนี้ทำขึ้นก่อนที่ทรัมป์จะเปิดศึกกับโป๊ป ดังนั้นจึงต้องรอดูกันว่าผลสำรวจหลังจากนี้จะกระทบต่อตัวเลขอีกมากน้อยขนาดไหน

จริงอยู่ที่ทรัมป์มีแฟนเดนตายอยู่ไม่น้อย แต่ฐานเสียงคาทอลิกที่เคยยืนหยัดเคียงข้างเขามาตลอด คราวนี้เริ่มเห็นรอยร้าว เมื่อความชอบเทียบไม่ได้กับความเชื่อ สงครามที่ว่าด้วยความศรัทธานี้จะส่งผลกับทรัมป์ขนาดไหน คงต้องมาวัดผลกันในการเลือกตั้งกลางเทอมต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ครับ