ปูดทีมสังหารโทรหา “บุคคลลึกลับ” หลังยิง สส.นราฯ
17 เม.ย. 2569

เปิดชุดข้อมูล คดีลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ พบทีมสังหารโทรรายงานผลต่อ "บุคคลลึกลับ" ทันทีหลังก่อเหตุ เผยประวัติ "เรือเอกรีคอน" มือสังหารหนีซุกต่างประเทศ
ข่าว
17 เม.ย. 2569

เปิดชุดข้อมูล คดีลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ พบทีมสังหารโทรรายงานผลต่อ "บุคคลลึกลับ" ทันทีหลังก่อเหตุ เผยประวัติ "เรือเอกรีคอน" มือสังหารหนีซุกต่างประเทศ
17 เมษายน 2569 มีข้อมูลเชิงลึกจากทีมที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดี และสอบปากคำพยาน ตลอดจนรับรู้ถึงคำให้การของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ ว่ามีการรับสารภาพบางส่วน และบางรายก็ซัดทอดกันเอง
ข้อมูลนี้ตรงกับที่ “บิ๊กราญ” พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ชายแดนใต้เพื่อติดตามคดีก่อนนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เรียกประชุมในวันศุกร์ที่ 17 เมษายน นี้ ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานี
แหล่งข่าวที่รับทราบข้อมูลเชิงลึกของคดี เปิดเผยกับ “ทีมข่าวเนชั่นฯ” ว่า จริงๆ ข้อมูลและพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนหลักฐานที่รวบรวมได้จาก “เครื่องมือพิเศษ” ซึ่งใช้ในพื้นที่ความมั่นคง สามารถต่อจิ๊กซอว์เหตุการณ์และผู้ร่วมขบวนการได้เกือบ 100% แล้ว
จึงเหลือเพียงการรายงานข้อมูลถึงนายกฯอนุทิน เพื่อสั่งการ และเป็นแบ็กให้กับทีมคลี่คลายคดีเท่านั้น
ข้อมูลชุดที่ 1 - มีข่าวมาก่อนหน้านี้ 2 วันว่า เรือเอกวิโรจน์ หรือ นายวิโรจน์ อดีตทหารเรือที่เคยผ่านการฝึกรีคอน หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว
ข้อมูลชุดที่ 2 - ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่สนามบินหาดใหญ่ จนถึงหน้าบ้าน สส.กมลศักดิ์ ตั้งแต่หลังเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง และต่อจิ๊กซอว์จนรู้ตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมด รวมถึงรถยนต์ที่ใช้ แต่มีการปิดข่าวเงียบ เนื่องจาก “เจอตอ” นั่นก็คือ มีการใช้ “รถ กอ.รมน.” ในการก่อเหตุ
ข้อมูลชุดที่ 3 - ตำรวจรู้ความเคลื่อนไหวของ “ทีมสังหาร” ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ เนื่องจากปฏิบัติการเวลาตี 1 ฝ่ายความมั่นคง และกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้มี “เครื่องมือพิเศษ” ตรวจสอบ “เบสโทรศัพท์” ซึ่งเวลาขณะนั้น มีเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เปิดใช้งานอยู่ไม่มาก ทำให้ “จำกัดวงสืบสวน” และสามารถโฟกัสกลุ่มผู้กระทำผิดได้ไม่ยาก
ข้อมูลชุดที่ 4 - เมื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้บางส่วนในช่วงแรก มีการติดตามยึดโทรศัพท์ และอุปกรณ์สื่อสารมาตรวจสอบ ทำให้พบเครือข่ายเชื่อมโยง สั่งการ เช่น การส่งรถกระบะสีขาวของ กอ.รมน.ไปซ่อน และสั่งชำแหละรถในเวลาต่อมา
ข้อมูลชุดที่ 5 - มีข้อมูลจากการสอบปากคำผู้ต้องหา และการตรวจสอบข้อมูลทางโทรศัพท์พบว่า หลังก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ มีการโทรหา “บุคคลลึกลับ” แทบจะทันที เพื่อรายงานผลของปฏิบัติการ
ข้อมูลชุดนี้แบ่งเป็น 2 ด้าน คือ
มีข้อมูลสำคัญว่า มีคำพูดให้ประสานเรื่องด่านตรวจความมั่นคง เพราะในคืนเดียวกันมีการยกระดับมาตรการ “ปิดเมืองนราธิวาสขั้นสูงสุด” จึงมีการประสานเพื่อเปิดทางสำหรับการหลบหนี
ข้อมูลนี้หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง จะเป็นข้อมูลสำคัญที่สุดที่จะเชื่อมไปถึง “ผู้สั่งการ” ว่าเป็นคนในหรือนอกแวดวงราชการ แต่ที่แน่ๆ คือ “ใหญ่กว่าคนในเครื่องแบบ” ใช่หรือไม่
ข้อมูลชุดที่ 6 - เป็นการตรวจสอบย้อนหลังคดีลอบวางระเบิดครั้งสำคัญๆ หลายครั้งที่มุ่งโจมตีหน่วยงานราชการบางแห่ง หลังมีการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ หรือเจ้าหน้าที่บางหน่วยนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมสถานบริการที่เปิดละเมิดกฎหมายบางแห่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพล
ยกตัวอย่าง เอกสารรายงานคดีความมั่นคงคดีหนึ่ง เป็นคดีระเบิดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว คือ 1 ปีเต็มพอดี
ผลตรวจพยานหลักฐานที่เป็นวัตถุพยาน เช่น เหล็กเส้นตัดท่อนที่ถูกทำเป็นสะเก็ดระเบิด ไม่พบความเชื่อมโยงกับข้อมูลในสารบบคดีความมั่นคงใดๆ และไม่สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ได้
ที่น่าสนใจคือ พนักงานสอบสวนลงความเห็นให้ “งดสอบสวน” ทำให้เกิดคำถามว่า เหตุระเบิดบางเหตุการณ์ไม่ได้กระทำโดยกลุ่มก่อความไม่สงบ หรือขบวนการแบ่งแยกดินแดนใช่หรือไม่ เป็นกลุ่มภัยแทรกซ้อน ทำธุรกิจผิดกฎหมาย เงินเทา เงินดำ หรือไม่
และคำถามสำคัญคือ มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใดจึงสั่ง “งดสอบสวน” กันง่ายๆ แบบนี้
ทั้งหมดนี้นำมาสู่ความไม่เชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ด้วยหรือไม่
นี่คือโจทย์ยากที่สุดที่ นายกฯอนุทิน ต้องไขปม!
ข่าวล่าสุด