ไฟป่ารุนแรงยังส่งผลให้เกิดหมอกควันพิษกระจายกระทบทั่วแคนาดา และยังลามไปถึงภาคเหนือ และภาคตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย ส่งผลให้กว่า 20 รัฐในสหรัฐต้องออกประเทศเตือนภัยคุณภาพอากาศวิกฤติ เช่นเดียวกับแคนาดาที่ประกาศเตือนภัยคุณภาพอากาศเกือบทั้งประเทศ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หมอกควันพิษจากไฟป่าสูงกว่า AQI 150 ยังเปลี่ยนท้องฟ้าในนครนิวยอร์กและหลายเมืองใหญ่ในสหรัฐเป็นสีส้ม รายงานเผยว่า ต้นเหตุไฟป่าครั้งประวัติการณ์ของแคนาดา มีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งขึ้น ทำให้ไฟป่าเกิดง่าย ปะทุและลุกลามอย่างรวดเร็ว
โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่ Northwest Territories ทางตอนเหนือสุดของแคนาดา ซึ่งปกติจะเป็นภูมิภาคเขตอาร์กติก ใกล้ขั้วโลกเหนือ และมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี กลับต้องเผชิญอากาศร้อนผิดปกติสูงสุดถึง 37.9 องศาเซลเซียส
นอกจากอากาศร้อนผิดปกติแล้ว แคนาดายังเผชิญกับภัยแล้งด้วย โดยนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา กว่าครึ่งของประเทศต้องประสบกับสภาวะฝนทิ้งช่วง
ภัยแล้งและอากาศร้อน บวกกับปรากฎการณ์ฟ้าผ่าแห้ง หรือฟ้าผ่าโดยไม่มีฝนตก ทำให้เกิดไฟปะทุและลุกลามรุนแรงหลายจุด โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฎการณ์ฟ้าผ่าแห้งกว่า 100 ครั้ง เฉพาะในรัฐบริติชโคลัมเบีย ทางตะวันตกของแคนาดา
ไฟป่าครั้งใหญ่ที่แคนาดานี้ ยังส่งผลเกิดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติเมื่อ 21 ปีก่อน เสริมเป็นวงจรให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังกล่าว จึงเห็นได้ชัดว่าสภาวะโลกร้อนกำลังทะยานขึ้นถึงจุดวิกฤติ
ขอขอบคุณที่มา:
• https://www.axios.com/2023/07/17/canada-wildfires-firefighter-killed-25-million-acres-burned
• https://www.bbc.com/news/world-us-canada-66218679
ที่มาภาพ: Getty Images