ในขณะเดียวกันเจ้าของธุรกิจร้านค้าหรือร้านอาหาร อาจจะจัดตั้งส่วนพิเศษสำหรับอาหารที่จำหน่ายไม่ทัน นำไปลดราคา หรือแจกฟรี หากมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง มาตรการนี้ก็จะเข้าถึงกลุ่มมีคนอีกมากมายที่ยังขาดแคลนอาหารได้ กฎหมายมีส่วนในการลดความสูญเสียของอาหาร และสร้างแรงจูงใจในการช่วยแก้ปัญหานี้ได้ อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือ ธุรกิจอาหารแบบบุฟเฟต์ ซึ่งทำให้เกิดขยะอาหารจำนวนมากเช่นกัน เนื่องจากจุดขายธุรกิจอาหารแบบบุฟเฟต์ คือมีอาหารหลายเมนู ซึ่งผู้ประกอบการต้องเตรียมอาหารเอาไว้เพื่อดึงดูดลูกค้าในปริมาณที่มากจนเกินความต้องการ (Over Prepare) ขณะที่ผู้บริโภคเองก็รู้สึกว่าเมื่อรับประทานแบบบุฟเฟต์ก็ต้องได้รับประทานให้เกิดความคุ้มค่า เรื่องขยะอาหาร (Food Waste) จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันทั้งระบบห่วงโซ่อาหาร ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งทั้งหมดต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ร่วมกัน
4 แนวทางรับมือปัญหา Food Waste
กระบวนการสำคัญที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางสำหรับการจัดการ ‘ขยะอาหาร’ (Food Waste) อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
1. ลดความยาวของห่วงโซ่อาหาร ถ้าห่วงโซ่อาหารยาวต้องส่งผู้ผลิตหลายทอด อาหารก็ต้องอยู่ในระบบนานกว่าจะถึงผู้บริโภค จึงจำเป็นต้องลดความยาวของห่วงโซ่อาหารให้สั้นลง พร้อมตั้ง ‘กฎเหล็ก’ ของการซื้ออาหารปรุงสำเร็จและวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร อาทิ อย่าซื้อตอนหิว ซื้อเฉพาะที่จำเป็น และไม่ตกเป็นทาสของการตลาด เช่น โปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 เพื่อสร้างวินัยในการซื้ออาหาร เป็นต้น
2. เพิ่มคุณประโยชน์ให้อาหารที่ใกล้เป็นของเสีย โดยการแปรรูปอาหารเพื่อยืดอายุ ซึ่งเรามีภูมิปัญญาในเรื่องเหล่านี้มานาน อาทิ การอบแห้ง การนำไปผ่านความร้อน-ความเย็น การหมักดอง เป็นต้น
3. การนำขยะอาหารไปใช้ให้เกิดคุณค่าหรือมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น การทำก๊าซชีวภาพ เพื่อไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
4. การกำจัดทิ้งอย่างถูกวิธี ซึ่งส่วนใหญ่อาหารเราจะใช้วิธีในการฝังกลบ แต่ก่อนที่จะมาถึงขั้นตอนการทิ้งขยะอาหารนั้น ควรจะต้องผ่านกระบวนการลดการเกิดขยะอาหารเหล่านี้ก่อน ซึ่งหากดำเนินการทั้งหมดนี้ก็จะสามารถช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะอาหารได้
กรณีศึกษาเกี่ยวกับ ‘ขยะอาหาร’ (Food Waste)
ในต่างประเทศเช่นบางประเทศในยุโรป มีการออกกฎหมายเรื่องการลดการสูญเสียอาหาร อาทิ ฝรั่งเศสมีกฎหมายการจัดการอาหารส่วนเกินจากกระบวนการการค้าปลีก มีมาตรการกฎหมายสร้างแรงจูงใจทางภาษี เช่น ลดภาษีถ้าผู้ผลิตสามารถลดปริมาณ ‘ขยะอาหาร’ (Food Waste) และสามารถควบคุมมาตรการความปลอดภัยอาหารบริจาค
หรือการสร้างสรรค์เมนูอาหารด้วยหลัก ‘ครีเอทีฟเมนู’ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่น ที่นำของเหลือในตู้เย็นหรืออาหารที่ทานไม่หมด จนเป็นเกิดกระแสและแบ่งปันวิธีการที่น่าสนใจอย่างแพร่หลาย
รวมถึงแนวคิดการนำ ‘อาหารป้ายเหลือง’ ไปแจกในชุมชนที่อยู่อาศัยในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งช่วยให้ผู้คนเข้าถึงวัตถุดิบที่ตกมาตรฐานร้านค้าพรีเมียมหรือภัตตาคารหรู ซึ่งยังเป็นอาหารที่สะอาด ประกอบอาหารได้ และยังช่วยลดภาระของรัฐในการจัดการกับ "ขยะอาหาร" หรือ Food Waste อีกด้วย