“เราคาดว่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากความร้อนและสภาพอากาศที่แปรปรวน” รัฐมนตรีกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ กล่าว
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาสิงคโปร์ ระบุว่ามีโอกาสประมาณ 70% ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ ซึ่งจะทำให้สภาพอากาศทั่วโลกร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น โดยในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา สิงโปร์มีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์วัดได้ 37 องศาเซลเซียสในรอบ 40 ปี เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่ประสบกับคลื่นความร้อนและอุณหภูมิที่พุ่งสูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ อย่างเช่น จีน ลาว ไทย และเวียดนาม
นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังแสดงท่าทีเผยความกังวลจากปัญหาอุณหภูมิที่สูงขึ้น ว่าจะเพิ่มความถี่ของการขาดแคลนพลังงานและน้ำด้วย
“สิ่งนี้จะรบกวนกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจของเรา และนำไปสู่วงจรอุบาทว์ของความต้องการพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากการใช้เครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์บำบัดน้ำที่มากขึ้น”
source : straitstimes/singapore