เนชั่นทีวี

รักษ์โลก

22 มีนาคม 2023 : วันน้ำโลก ร่วมรณรงค์เร่งการเปลี่ยนแปลง Accelerating change

22 มี.ค. 2566 | warunee_man

22 มีนาคม 2023 : วันน้ำโลก ร่วมรณรงค์เร่งการเปลี่ยนแปลง Accelerating change

UN กำหนดประเด็นรณรงค์เนื่องในวันน้ำโลก 2023 “Accelerating change” เร่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านน้ำและสุขาภิบาล ด้วยแนวคิด Be the change you want to see in the world.

 “น้ำ” เป็นแหล่งกำเนิดชีวิตของสัตว์และพืช คนเรามีชีวิตอยู่โดยขาดน้ำได้ไม่เกิน 3 วัน และน้ำยังมีความจำเป็นทั้งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม รวมถึงสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ โดยโลกของเราประกอบด้วยพื้นดินและพื้นน้ำ มีส่วนที่เป็นพื้นน้ำมีอยู่ประมาณ 3 ส่วน หรือร้อยละ 75 และเป็นพื้นดิน 1 ส่วน หรือร้อยละ 25 น้ำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งมนุษย์ สัตว์ และพืชพันธุ์ต่างๆ

  22 มีนาคม 2023 : วันน้ำโลก ร่วมรณรงค์เร่งการเปลี่ยนแปลง Accelerating change  

ปัจจุบันภาวะการขาดแคลนน้ำและปัญหามลพิษในน้ำมีอัตราสูงขึ้นมาก เนื่องจากการเพิ่มจำนวนของประชากรมนุษย์ ส่งผลต่อความต้องการการใช้น้ำ กว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลกประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง อย่างน้อยที่สุด 1 เดือนต่อปี

 ผลกระทบของมลพิษในน้ำ และการขาดแคลนน้ำ ส่งผลถึงความจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาดของน้ำ โดยในปี 2017 มีการรายงานว่า ประชากรโลกกว่า 3 พันล้านคนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด แม้เพียงเพื่อล้างมือในที่พักอาศัยของตน ซึ่งเป็นวิธีการที่ประหยัดและปลอดภัยที่สุดอย่างหนึ่งในการรับมือกับการแพร่กระจายของไวรัสหรือโรคภัยต่างๆ เช่น วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID19)

“น้ำ” ยังมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) สถานการณ์น้ำในเชิงปริมาณมีแนวโน้มที่จะประเมินและคาดการณ์ได้ยาก หลายพื้นที่มีความแห้งแล้งและการขาดแคลนน้ำทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในด้านสุขลักษณะ ความสามารถในการผลิต ความยั่งยืนในการพัฒนา รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกอีกด้วย

        22 มีนาคม 2023 : วันน้ำโลก ร่วมรณรงค์เร่งการเปลี่ยนแปลง Accelerating change    

องค์การสหประชาชาติ ตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และอาจก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำขึ้นได้ในอนาคต ในปี 1992 สมัชชาสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปีเป็น " วันน้ำโลก " หรือ "World Water Day" เพื่อเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของน้ำ ซึ่งเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในหมู่มวลมนุษยชาติ ในเรื่องการอนุรักษ์น้ำ และการพัฒนาแหล่งน้ำ

2023 ร่วมกันเปลี่ยนแปลง สิ่งที่คุณอยากเห็นในโลกใบนี้

ปีนี้เป็นครึ่งทศวรรษแห่งการร่วมลงมือปฏิบัติของทุกประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านน้ำและสุขาภิบาล (SDG6 : Clean Water & Sanitation) ซึ่งประเทศสมาชิกมีผลการดำเนินการร่วมกันต่ำกว่าเป้าหมาย องค์การสหประชาชาติจึงกำหนดประเด็นรณรงค์เนื่องวันน้ำโลกประจำปี 2023 ว่า “Accelerating change” หรือ “เร่งการเปลี่ยนแปลง” โดยรณรงค์ให้ทุกภาคส่วน “Be the change you want to see in the world.” หรือ “ร่วมกันเปลี่ยนแปลง สิ่งที่คุณอยากเห็นในโลกใบนี้” เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านน้ำและสุขาภิบาล โดยประเด็นสำคัญที่ประเทศสมาชิกจะแลกเปลี่ยนในการประชุมที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 22 – 24 มีนาคม 2566 ประกอบด้วย 5 ประเด็น ดังนี้ 

1. Water for health: การเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด และถูกสุขอนามัย

2. Water for sustainable development: การใช้น้ำอย่างคุ้มค่า โดยมีการจัดการอย่างสมดุลของน้ำ พลังงาน และอาหาร ในการพัฒนาเศรษฐกิจ และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

3. Water for climate, Resilience and Environment: การพิจารณาน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงทะเล ความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิอากาศ การปรับตัว และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติจากน้ำ 

4. Water for cooperation: ความร่วมมือบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนระว่างประเทศ การพิจารณาน้ำซึ่งเป็นปัจจัยร่วมในทุกประเด็นของการพัฒนาที่ยั่งยืน

5. Water action decade: การเร่งปฏิบัติการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทศวรรษแห่งการร่วมลงมือปฏิบัติของทุกประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านน้ำและสุขาภิบาล

22 มีนาคม 2023 : วันน้ำโลก ร่วมรณรงค์เร่งการเปลี่ยนแปลง Accelerating change

“เร่งการเปลี่ยนแปลงด้านน้ำ”

ความร่วมมือของทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นองค์กรบูรณาการการบริหารจัดการร่วมกับกว่า 40 หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยมีแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบพลวัตด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน ประกอบด้วย 

          (1) การบริการน้ำอุปโภคบริโภคที่ได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียม 

          (2) การสร้างความมั่นคงและเพิ่มผลิตภาพของน้ำ 

          (3) การลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากภัยพิบัติด้านน้ำ 

          (4) การฟื้นฟูป่าต้นน้ำและคุณภาพน้ำ 

          (5) การเสริมความเข้มแข็ง ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน 

โดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และฐานระบบนิเวศ ประกอบกับวิถีทางสังคมและเศรษฐกิจของพื้นที่ รวมถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินงาน เพื่อสร้างสมดุลนํ้า และบริหารจัดการในลักษณะลุ่มนํ้าอย่างเป็นระบบ ด้วยความร่วมมือของภาคีและการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทุกภาคส่วน เป็นกลไกสำคัญในการเร่งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้ขับเคลื่อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งประชาชนสามารถร่วมขับเคลื่อนผ่านการเป็นองค์กรผู้ใช้น้ำ ผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำทั้ง 22 ลุ่มน้ำของประเทศ ที่พร้อมเป็นข้อกลางเชื่อมโยงและขับเคลื่อนทุกพื้นที่ 

ตามประเด็นที่องค์การสหประชาติรณรงค์ “ร่วมกันเปลี่ยนแปลง สิ่งที่คุณอยากเห็นในโลกใบนี้”  สทนช. สนับสนุนการรณรงค์เร่งการเปลี่ยนแปลง ด้วยความร่วมมือบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนของทุกภาคส่วน โดยเน้นพัฒนาน้ำดื่มน้ำใช้สะอาดได้มาตรฐาน การใช้น้ำอย่างประหยัดในครัวเรือน สถานศึกษา สถานที่ทำงาน และชุมชน ควบคู่กับการถ่ายทอดแนวคิดและส่งเสริมพลังสร้างสรรค์ของเยาวชน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

สารวันน้ำโลก (World Day for Water)

และเนื่องในวันน้ำโลก (World Day for Water) ประจำปี 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม อ่านสารผ่านบันทึกวีดิทัศน์ออกอากาศทางเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าและสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ความว่า 

“น้ำ” เป็นทรัพยากรสำคัญที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 22 มีนาคมของทุกปี เป็นวันน้ำโลก เพื่อกระตุ้นให้ประชาคมโลกร่วมกันรณรงค์ให้เกิดการฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยในปี 2566 องค์การสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นสำคัญในหัวข้อ “เร่งการเปลี่ยนแปลง” ด้วยการลงมือปฏิบัติเพื่อลดวิกฤติด้านน้ำและสุขาภิบาล โดยรณรงค์ให้ทุกคนร่วมกันเป็นผู้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่อยากเห็นในโลกใบนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในทุกมิติให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน และได้ขับเคลื่อนภารกิจด้านทรัพยากรน้ำโดยคำนึงถึงปัจจัยรอบด้านจากการวิเคราะห์ข้อมูลของหน่วยงานและองค์กร รวมทั้งสภาพปัจจุบันและแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจากวิกฤติการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

นอกจากนี้ ได้วางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบพลวัตโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน 5 ด้าน คือ การบริการน้ำอุปโภคบริโภคที่ได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียม การสร้างความมั่นคงและเพิ่มผลิตภาพของน้ำ การลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากภัยพิบัติด้านน้ำ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำและคุณภาพน้ำ และการเสริมความเข้มแข็งในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม บนพื้นฐานของการรักษาสมดุลนิเวศ วิถีทางสังคม เศรษฐกิจของพื้นที่ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างสมดุลการอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งนํ้าด้วยการบริหารจัดการพื้นที่ในลักษณะลุ่มนํ้าอย่างเป็นระบบ

นายกรัฐมนตรี ย้ำรัฐบาลมีความมุ่งมั่นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการลุ่มน้ำทั้ง 22 ลุ่มน้ำของประเทศที่เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงและขับเคลื่อนทุกพื้นที่ ร่วมกับภาคีหน่วยงานและองค์กร นักวิชาการและปราชญ์ท้องถิ่น ควบคู่กับการทำความเข้าใจและขยายเครือข่ายแนวร่วมภาคประชาชน และเดินหน้าไปพร้อมกับประเทศสมาชิกในการประกาศคำมั่นโดยสมัครใจ เพื่อยืนยันความร่วมมือ เร่งการเปลี่ยนแปลงด้านน้ำตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีส่วนร่วม ในการประชุมสหประชาชาติทบทวนการดำเนินงานด้านน้ำในห้วงครึ่งแรกของทศวรรษระหว่างประเทศแห่งการดำเนินการ “น้ำสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน”

ข่าวล่าสุด