ขณะที่แถลงการณ์ของที่ประชุม ยังมีเนื้อหาเรียกร้องให้มีการแลกเปลี่ยนทหารที่ตกเป็นเชลยสงคราม และการส่งคืนเด็กยูเครนที่ถูกพาตัวออกจากประเทศ ตลอดจนระบุว่า ความมั่นคงทางอาหารไม่ควรถูกใช้เป็นอาวุธในสงคราม และย้ำว่า การเข้าถึงท่าเรือในทะเลดำและทะเลอาซอฟสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหารในโลก นอกจากนี้ยูเครนควรมีสิทธิควบคุมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซียโดยสมบูรณ์ หลังจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปแห่งนี้ถูกทหารรัสเซียเข้าควบคุมตั้งแต่ช่วงแรกของสงคราม
ยูเครนพยามยามดึงประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมการประชุมให้มากที่สุด เพื่อหวังสะท้อนเสียงส่วนใหญ่ของประชาคมโลกว่า สนับสนุนยูเครน และต้องการผลักดันแผนสันติภาพ 10 ข้อ ที่เซเลนสกีเสนอไว้เมื่อปลายปี 2565 และมีข้อเรียกร้อง เช่น ยุติการสู้รบ ฟื้นฟูบูรภาพทางดินแดนของยูเครน และถอนทหารรัสเซียออกไป
แต่เมื่อวันศุกร์ประธานาธิบดีปูติน ย้ำแผนสันติภาพของตัวเอง ที่เรียกร้องให้ยูเครนถอนทหารออกจาก 4 แคว้น ที่รัสเซียยึดครองและผนวกดินแดนเป็นของตัวเองไปแล้ว และล้มเลิกความพยายามเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต