แต่ก็มีความเห็นต่างจากบางชาติ ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซีย โดยเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล-ซาอุด รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า ยูเครนจำเป็นต้องมีการประนีประนอม หากต้องการยุติสงคราม และกระบวนการสันติภาพที่น่าเชื่อถือจำเป็นต้องมีรัสเซียเข้าร่วมด้วย
นอกจากนี้ประธานาธิบดีวิลเลียม รูโต ของเคนยา วิจารณ์มาตรการล่าสุดของกลุ่มชาติจี7 ที่ตกลงปล่อยกู้ให้ยูเครน 50,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีแหล่งเงินจากดอกเบี้ยหรือผลกำไรจากสินทรัพย์ของรัสเซีย ที่ชาติตะวันตกอายัดไว้ เขาบอกว่า การที่รัสเซียบุกยูเครนเป็นสิ่งผิดกฎหมายและยอมรับไม่ได้ แต่การใช้อำนาจฝ่ายเดียวกับสินทรัพย์ของรัสเซียก็เป็นการกระทำผิดกฎหมายเช่นกัน
และฮากัน ฟิดาน รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี บอกด้วยว่า การประชุมจะได้ผลลัพธ์มากกว่านี้ หากรัสเซียได้เข้าร่วมหารือด้วย ส่วนจีนที่เป็นหุ้นส่วนสำคัญแบบไร้ขีดจำกัดกับรัสเซีย ไม่ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมสันติภาพในครั้งนี้
ขณะที่แหล่งข่าว บอกว่า ผู้ร่วมประชุมโต้เถียงกันอย่างหนักเกี่ยวกับเนื้อหาในแถลงการณ์ร่วมปิดการประชุม โดยยูเครนยืนยันว่า ต้องมีคำว่า ”การรุกรานของรัสเซีย” ในแถลงการณ์ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ที่ประชุมจะเห็นพ้องด้วยหรือไม่ นอกจากนี้มีรายงานว่า ร่างแถลงการณ์ย้ำสนับสนุนบูรณภาพทางดินแดนของยูเครน และคัดค้านการข่มขู่ใช้นิวเคลียร์กับประเทศใด ๆ รวมทั้งระบุว่า ความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในทะเลดำและทะเลอาซอฟเป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก