การโจมตีครั้งนี้เป็นการล้างแค้นของอิหร่าน สำหรับการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่ถล่มสถานกงสุลอิหร่าน ในกรุงดามัสกัสของซีเรีย เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 และเสี่ยงทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลาม เนื่องจากสหรัฐฯ ประกาศกร้าวว่าจะปกป้องอิสราเอล ชาวอิหร่านบางส่วนที่หวั่นวิตกว่าจะเกิดสงครามตามมา แห่นำรถยนต์ออกไปเติมน้ำมันจนปรากฏภาพรถยนต์ต่อแถวยาวเหยียด ตามสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งในกรุงเตหะราน ช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์
แต่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอิหร่านประณามการโจมตีอิสราเอล โดยบอกว่าสวนทางกับความปรารถนาของชาวอิหร่านส่วนใหญ่
เจ้าชาย เรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมารแห่งอิหร่าน ที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ โพสต์ในเฟซบุ๊กว่า
"สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสงครามของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ไม่ใช่สงครามของอิหร่าน คาเมเนอีและรัฐบาลทำให้อิหร่านถอยหลังเข้าคลองและถูกโดดเดี่ยว ทำให้ประเทศเข้าสู่สงคราม ก็ยิ่งสร้างความทุกข์ยากแก่ชาวอิหร่าน"
และอาฟชิน เอลเลียน นักวิชาการด้านกฎหมายชื่อดัง ที่หนีจากอิหร่านไปเนเธอร์แลนด์บอกว่า
"แม้อิหร่านโจมตีอิสราเอล แต่ประชาชนอิหร่านต่อต้านรัฐบาลอาชญากรภายใต้การนำของคาเมเนอี"