เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

Apple ปะทะ Spotify ใครเอาเปรียบใครกันแน่ หลัง Apple ถูกปรับ 1,800 ล้านยูโร

05 มี.ค. 2567 | chanchai_pra

Apple ปะทะ Spotify ใครเอาเปรียบใครกันแน่ หลัง Apple ถูกปรับ 1,800 ล้านยูโร

หลังจากที่ Apple ถูกสหภาพยุโรปสั่งปรับเงินสูงถึง 1,800 ล้านยูโร ข้อหากีดกันการแข่งขันทางการค้าตามที่ Spotify ยื่นฟ้อง แต่ Apple ตอบโต้ว่าที่ผ่านมา ไม่เคยได้รับเงินค่าอะไรจาก Spotify เลย

กลายเป็นศึกใหญ่ระหว่างสองบริษัทเทคโนโลยีชื่อดัง โดยฝ่ายหนึ่งก็คือ Apple ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนชื่อดังอย่าง ไอโฟน และผู้ให้บริการระบบปฏิบัติการ IOS และอีกฝ่ายหนึ่งคือ Spotify ผู้ให้บริการสตรีมมิงฟังเพลงเจ้าใหญ่ โดยสาเหตุมาจากการที่ Apple เพิ่งถูกคณะกรรมการยุโรป หรือ EC สั่งปรับเงิน 1,800 ล้านยูโร หรือประมาณ 70,000 ล้านบาท ข้อหากีดกันการแข่งขันทางการค้าในธุรกิจสตรีมเพลงบนแพลตฟอร์ม App Store ตามที่ Spotify ยื่นฟ้องตั้งแต่ปี 2019

Apple ปะทะ Spotify ใครเอาเปรียบใครกันแน่ หลัง Apple ถูกปรับ 1,800 ล้านยูโร

แถลงการณ์ของ EC ระบุว่า Apple กีดกันไม่ให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันแจ้งผู้ใช้งานว่าสามารถชำระค่าบริการผ่านช่องทางอื่นได้ รวมทั้งกีดกันไม่ให้มีการเชื่อมโยงระบบชำระเงินไปยังช่องทางภายนอก ทำให้ผู้ใช้งานของระบบปฏิบัติการ IOS ต้องจ่ายค่าบริการใน App Store แพงเกินจำเป็น ซึ่งการกระทำแบบนี้ ถือว่าขัดต่อกฎหมายผูกขาดทางการค้าของสหภาพยุโรป และ Apple ก็มีพฤติกรรมแบบนี้มานานเกือบ 10 ปีแล้ว จึงถูกเรียกค่าปรับเป็นเงินจำนวนมหาศาล

ภายหลังจากถูก EC ตัดสินลงโทษปรับเงิน 1,800 ล้านยูโร ทาง Apple ก็ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันที ว่าที่ผ่านมา Spotify ไม่เคยจ่ายค่าอะไรให้ Apple เลย ทั้งๆ ที่ Spotify พึ่งพา App Store ตั้งแต่เป็นบริษัทสตาร์ทอัปเล็กๆ จนเติบโตขึ้นมาได้ขนาดนี้ และมีส่วนแบ่งในตลาดยุโรปมากกว่า 56% ซึ่งการตัดสินของ EC คนที่ได้ผลประโยชน์สูงสุดก็คือ Spotify ที่ไม่รู้จักพอ และต้องการแสวงหาผลประโยชน์จาก Apple ให้ได้มากกว่านี้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนอะไรให้ Apple เลย

Apple ปะทะ Spotify ใครเอาเปรียบใครกันแน่ หลัง Apple ถูกปรับ 1,800 ล้านยูโร

ส่วน Spotify ก็ออกแถลงการณ์ตอบโต้ Apple เช่นกัน ว่าคำตัดสินของ EC เป็นการส่งข้อความที่ทรงพลัง ว่าไม่มีบริษัทใดที่สามารถใช้อำนาจอย่างไม่เหมาะสมเพื่อควบคุมบริษัทอื่นไม่ให้ติดต่อลูกค้าของตัวเองได้ โดยที่ผ่านมา นักพัฒนาแอปพลิเคชันสตรีมเพลง ไม่สามารถติดต่อกับลูกค้าเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับราคา โปรโมชัน ส่วนลด และสิทธิพิเศษอื่นๆ แต่ Apple Music สามารถทำได้ ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่กีดกันการแข่งขัน เพราะเป็นการจำกัดทางเลือกของลูกค้า ทำให้ลูกค้าไม่มีข้อมูลรอบด้านประกอบการตัดสินใจ และผิดกฎหมายของสหภาพยุโรป

Apple เตรียมที่จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของ EC โดยบอกว่าเป็นการตัดสินที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้บริโภคได้รับผลกระทบอย่างไร ขณะที่ทางสหภาพยุโรป กำลังเอาจริงออกกฎระเบียบการทำธุรกิจดิจิทัล ไม่ให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ มีพฤติกรรมผูกขาดตลาด ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบและไม่มีทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ

ข่าวล่าสุด