นุดสัน ให้สัมภาษณ์ว่า ศิลปินระดับโลกหลายคนก็เคยไปจัดแสดงคอนเสิร์ตที่ประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วเจอปัญหาหลายอย่างทำให้ต้องแคนเซิลการจัดคอนเสิร์ต ขณะที่การแสดงคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์ ไม่มีปัญหาอะไร หรือถึงมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง ทุกฝ่ายก็ร่วมมือกันทำงานเพื่อให้การแสดงคอนเสิร์ตผ่านไปด้วยดี จึงทำให้ศิลปินระดับโลกเลือกที่จะมาจัดการแสดงคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์มากกว่าจะไปประเทศอื่น เพราะเป็นตลาดที่ไว้ใจได้
ตรงนี้ ก็อาจต้องยอมรับว่าเป็นความจริง หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ดูเผินๆ จะมีความพร้อมที่จะจัดคอนเสิร์ตระดับโลกไม่แพ้สิงคโปร์ แต่ก็มีความไม่พร้อมบางเรื่องที่อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ เช่น มาเลเซียก็ยังไม่เปิดกว้างต่อกลุ่ม LGBTQ ฟิลิปปินส์ก็มีปัญหาเรื่องอาชญากรรม ที่อาจทำให้แฟนเพลงจากต่างประเทศไม่ปลอดภัย หรือประเทศไทย ก็มีปัญหาเรื่องการเดินทางไปสถานที่จัดคอนเสิร์ต ที่หลังคอนเสิร์ตเลิก แฟนเพลงหลายหมื่นคนไม่รู้ว่าจะหาทางกลับโรงแรมยังไง แท็กซี่ก็มีไม่พอ มอเตอร์ไซรับจ้างก็โก่งราคาขึ้นหลายเท่า ซึ่งสิงคโปร์ไม่มีปัญหาตรงนี้เลย เพราะทั้งประเทศเปิดรับความหลากหลายทางเพศ การเมืองมีความมั่นคง และระบบการเดินทางสะดวกสบาย
ล่าสุด ลีเซียนลุง นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ระหว่างการเดินทางไปประชุมที่ออสเตรเลียว่า เขาไม่คิดว่าการจ่ายเงินพิเศษให้ เทย์เลอร์ สวิฟต์ เพื่อไม่ให้เธอไปจัดแสดงคอนเสิร์ตที่ประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเรื่องที่ผิดตรงไหน ถึงรัฐบาลไม่ได้จ่ายเงินให้เธอ เธอก็อาจจะไปแสดงที่ประเทศอื่น หรือไม่ไปก็ได้
ในปีนี้ สิงคโปร์มีคิวจัดแสดงคอนเสิร์ตและอีเวนท์ระดับโลกแน่นเอี้ยดตลอดทั้งปี ซึ่งหากประเทศอื่นไม่แก้ไขปัญหาที่กล่าวมา ก็จะยิ่งทำให้สิงคโปร์กลายเป็นตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวสำหรับศิลปินระดับโลก ที่จะเดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้