หลังจากนั้นศาลที่อยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของรัฐบาลทหาร ก็ตัดสินให้นางซูจีวัย 78 ปี มีความผิดรวม 19 คดี ในข้อหาคอร์รัปชัน, ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง, ละเมิดกฎความปลอดภัยสาธารณะในช่วงการระบาดของโควิด-19, นำเข้าเครื่องรับส่งวิทยุแบบพกพา และละเมิดกฎหมายว่าด้วยความลับราชการ มีโทษจำคุกรวม 33 ปี ซึ่งผู้สนับสนุนเธอบอกว่าข้อหาทั้งหมดนี้เป็นแรงจูงใจทางการเมือง
แหล่งข่าวในกรุงเนปิดอว์เปิดเผยว่า แม้นายพลทั้ง 3 คน อาจจะไปพบนางซูจีอย่างน้อย 2 ครั้ง แต่ก็ไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ และวิทยุเอเชียเสรีก็ไม่สามารถยืนยันได้เช่นกัน ขณะที่ทีมกฎหมายของนางซูจีรวมทั้งสมาชิกในพรรค NLD บอกว่าไม่ทราบเรื่องนี้ มีแต่ นายจ่อ ทเว โฆษกของคณะทำงานกลางของ NLD ที่บอกว่า ได้ยินมาว่ามีนายพลตบเท้าไปเข้าพบนางซูจีที่เรือนจำ แต่ไม่สามารถยืนยันได้
แหล่งข่าวหลายคนเปิดเผยว่า "อุตตะมะ สาระ" เจ้าอาวาสวัดธาบาร์วา (Thabarwa Sanctuary) ในเมืองตันลยิน ซึ่งเมืองท่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับนครย่างกุ้งโดยมีแม่น้ำพะโคคั่นกลาง ได้พบกับ ตูรา ถิ่น อู ผู้อาวุโสของพรรค NLD เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 และแนะนำว่านางซูจีควรออกจากการเมือง และเข้าร่วมในความพยายามสร้างสันติภาพ
มีรายงานว่าพระสงฆ์รูปนี้ (อุตตะมะ สาระ) ได้พบกับบรรดผู้นำทหารที่กรุงเนปิดอว์หลายครั้ง ก่อนจะพบกับ ตูรา ถิ่น อู ที่เชื่อว่ารัฐบาลทหารได้ตั้งความหวังว่านางซูจีจะช่วย "อำนวยความสะดวก" เพื่อ "ปลดล็อก" ทางการเมืองของประเทศ เนื่องจากเธอได้ชื่อว่า "มีความสำคัญ" ต่อการเมืองเมียนมา