แหล่งข่าวบอกว่า
"ถ้าพวกเขาจับคุณได้ พวกเขาก็จะพาตัวขึ้นรถออกไปยังชนบท และจะบังคับให้ไปปลูกข้าวในนาหรือกำจัดวัชพืชเป็นเวลา 5 วัน แต่การที่คนเหล่านี้ถูกส่งไปทำงานไม่ใช่แค่พวกเขาที่เดือดร้อน"
เขายกตัวอย่างว่า
"ที่โรงงานแห่งหนึ่งมีผู้ชาย 2 คน และผู้หญิง 1 คน ไม่ได้ไปทำงานเพราะถูกส่งตัวไปปลูกข้าว หลังถูกจับได้ว่าสวมเสื้อผ้ากับทรงผมที่ไม่ใช่ 'สไตล์ที่กำหนด' ทำให้ทุกเช้าทางโรงงานต้องจัดประชุม และเจ้าหน้าที่ของโรงงานต้องแนะนำพนักงานไม่ให้ถูกจับไปในลักษณะนี้ เพราะทำให้ขาดตำแหน่งงานที่จำเป็นไป"
แหล่งข่าวบอกด้วยว่า การกวาดจับครั้งนี้ดูไม่ปกติ เพราะช่างสอดคล้องกับฤดูทำนาและกำจัดวัชพืช ขณะที่ทางการในเมืองในเมืองชองจิน ก็บุกกวาดจับพวกที่ต้มเหล้าเถื่อนในเขตกักด็อกในช่วงนี้เช่นกัน ซึ่งเป็นที่ทราบดีกว่า กังด็อกเปรียบเสมือนสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบเหล้าเถื่อน "นงแทกี" ส่วนที่เรียกว่า moonshine ก็เพราะนิยมต้มกันท่ามกลางแสงจันทร์ไม่สามารถต้มตอนกลางวันได้ เหล้าเถื่อนนี้เป็นรายได้อย่างหนึ่งของชาวเกาหลีเหนือ ช่วงระหว่างปี 2537-2541 หลังเศรษฐกิจล่มสลาย
ชาวเขตกักด็อก จำเป็นต้องประทังชีวิตด้วยการต้มเหล้าเถื่อนนงแทกีจำนวนมาก เพื่อส่งไปขายในพื้นที่รอบ ๆ จังหวัดฮัมกยอง บางคนโชคดีไม่ถูกจับได้และหลายคนถูกจับได้คาหนังคาเขา ผลที่ตามมาคือถูกยึดวัตถุดิบ คือข้าวโพดกับเครื่องกลั่นเหล้า ส่วนคนที่ถูกจับได้จะถูกส่งไปทำไร่ทำนานาน 10 วัน