สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า รายงานที่เผยแพร่โดย ทอม แอนดรูวส์ ผู้จัดทำรายงานพิเศษของสหประชาชาติ ว่าด้วยสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ชี้ให้เห็นว่ากองทัพเมียนมานำเข้าอาวุธและวัตถุดิบทางทหารอื่น ๆ คิดเป็นมูลค่าอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 34,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ก่อรัฐประหารเมื่อปี 2564 ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ประหัตประหารพลเรือนที่ลุกขึ้นมาจับอาวุธเพื่อต่อต้านรัฐบาลทหาร
นับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจและจับกุมคุมขังบรรดาผู้นำฝ่ายประชาธิปไตย ผู้ต่อต้านบางกลุ่มได้หันไปจับอาวุธ หรือไปเข้าร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้กองทัพตอบโต้ด้วยการใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและอาวุธหนัก รวมทั้งในพื้นที่อยู่อาศัยของพลเรือน ซึ่งในรายงานของแอนดรูว์สมีการระบุถึง เฮลิคอปเตอร์ Mi-35, เครื่องบินขับไล่ MiG-29, เครื่องบินแบบเบา (light aircraft) Yak-130 ที่ผลิตในรัสเซีย และยังมีเครื่องบินรบ K-8 ของจีน ที่ส่วนใหญ่มักถูกนำมาใช้ในการโจมตีทางอากาศต่อพลเรือนทำลายโรงเรียน, สถานพยาบาล, บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างของพลเรือน