มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะถ่วงดุลในประเด็นนี้ เพราะจีนก็เผชิญแรงกดดันภายในให้ใช้ไม้แข็งกับไต้หวัน แต่ถ้าทำเช่นนั้น รับรองว่า จะเกิดการปลุกกระแสชาตินิยมขึ้นในพลเมืองชาวไต้หวันแน่นอน
ส่วนการซ้อมรบของจีนในครั้งนี้ ถ้ามองว่า มีเป้าหมายเพื่อกีดกันไม่ให้นักการเมืองสหรัฐกับไต้หวัน ใกล้ชิดกันมากเกินไป นักวิเคราะห์มองว่า ก็พอประสบความสำเร็จอยู่บ้าง เพราะไต้หวันก็ดูเหมือนจะพยายามลดความตึงเครียด จากการพบปะกันของไช่อิงเหวิน และ แม็คคาร์ธี
ส่วนสหรัฐเองก็พยายามไม่ให้ความสำคัญกับการพบปะกันที่เกิดขึ้น โดยชี้ว่า มันคือการแวะเปลี่ยนเครื่องครั้งที่ 7 ของประธานาธิบดีไช่อิงเหวินแห่งไต้หวัน นับจากขึ้นรับตำแหน่ง ทั้งไต้หวันกับสหรัฐต่างมองว่า นี่คือการแวะเปลี่ยนเครื่อง ไม่ใช่การเยือนอย่างเป็นทางการ
นักวิเคราะห์มองว่า ก็ถูกแล้ว ที่จะทำตัวเงียบๆ เข้าไว้ ไม่ต้องโหมประโคมข่าวการพบปะกัน แม้ว่านี่คือชัยชนะของไต้หวัน เพราะแม็คคาร์ธี ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของสหรัฐ ที่ประธานาธิบดีไต้หวันได้เข้าพบบนผืนแผ่นดินอเมริกา นับจากปี 1979 ที่สหรัฐได้ตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน
และแม้สหรัฐยึดมั่นในนโยบายจีนเดียว คือ ไม่มีประเทศไต้หวัน เพราะไต้หวันถือเป็นส่วนหนึ่งของจีน แต่สหรัฐก็ยังสานสัมพันธ์กับไต้หวันอย่างไม่เป็นทางการ รวมถึงการขายอาวุธให้ไต้หวันเพื่อใช้ป้องกันตนเอง ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐ ยังพูดซ้ำๆ เมื่อปีที่แล้วว่า สหรัฐจะเข้าแทรกแซงช่วยเหลือไต้หวัน ถ้าจีนบุกเข้ามา
และในขณะที่จีนเพิ่งซ้อมรบใกล้ไต้หวัน ในฝั่งของสหรัฐเอง ก็จะซ้อมรบทางทะเลครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมากับฟิลิปปินส์ โดยเริ่มขึ้นในวันนี้ สหรัฐยังคุมความปลอดภัยเส้นทางเข้าฐานที่มั่นอีกสี่แห่งของฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้ โดยสามแห่งในนี้ อยู่ใกล้ไต้หวัน
ส่วนชาวไต้หวันเอง ก็ยังดูสงบ ไม่แตกตื่นตกใจ แม้จีนจะซ้อมรบโจมตีเป้าหมาย นอกชายฝั่งเกาะไต้หวัน เหมือนกับที่เคยซ้อมรบทำนองนี้เมื่อเดือนสิงหาคม ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังวิตกว่า คนไต้หวันอาจเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองปลอดภัยดี เพราะเมื่อไม่นานมานี้ เครื่องบินรบและเรือของจีนได้แล่นผ่านเส้นแบ่งเขตแดนอย่างไม่เป็นทางการระหว่างไต้หวันกับจีน ทั้งที่สองฝ่ายเคยเคารพเส้นแบ่งเขตแดนนี้มานานเกือบ 70 ปี ซึ่งไต้หวันก็คงไม่รู้จะทำเช่นไรแน่ๆ ถ้าถูกจีนบุกเข้ามาในอนาคต และตอนนี้ เรือรบจีน 8 ลำ ก็ยังคงป้วนเปี้ยนแถวๆ ไต้หวัน ทั้งที่การซ้อมรบได้ยุติลงแล้ว ส่งผลให้ผู้นำไต้หวันต้องออกมาวิจารณ์จีน ในพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบเช่นนี้