รัฐบาลทหารเมียนมาหลบหลีกการถูกคว่ำบาตรได้อย่างไร ?
11 เม.ย. 2566 | krailuk_n

ถึงแม้จะถูกคว่ำบาตรจากทางฝั่งตะวันตก แต่นักวิเคราะห์มองว่า รัฐบาลทหารเมียนมาก็ยังคงมีช่องทางการหลบหลีก ไม่ให้ทรัพย์สินที่ตนเองครอบครองอยู่ ถูกคว่ำบาตรไปเสียทั้งหมด
ต่างประเทศ
11 เม.ย. 2566 | krailuk_n

ถึงแม้จะถูกคว่ำบาตรจากทางฝั่งตะวันตก แต่นักวิเคราะห์มองว่า รัฐบาลทหารเมียนมาก็ยังคงมีช่องทางการหลบหลีก ไม่ให้ทรัพย์สินที่ตนเองครอบครองอยู่ ถูกคว่ำบาตรไปเสียทั้งหมด
หนึ่งในวิธีหลบหลีกถูกจับได้เมื่อเดือนกันยายน ปี 2022 เมื่อรัฐบาลทหารเมียนมาสั่งปิดช่องทางแพลทฟอร์มออนไลน์ ไม่ให้สาธารณชนได้เข้าถึงรายละเอียดบริษัทของพวกเขา เพื่อปกป้องข้อมูลของบรรดาผู้ถือหุ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นเครือญาติและนายทหารอาวุโส เป็นแนวทางหนึ่งของการหลบหลีก ไม่ให้ถูกต่างชาติคว่ำบาตร
Myanmar Companies Online (MyCO) เป็นแพลทฟอร์มที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2018 โดยมีฝ่ายเทคนิคของญี่ปุ่นเข้าช่วย เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายกำกับดูแลกิจการบริษัทที่ออกเมื่อปี 2017 ภายใต้การดูแลของกระทรวงการวางแผนและการลงทุน
MyCO ไม่เพียงแต่นำเสนอข้อมูลของบริษัททั้ง 1 แสน 2 หมื่นแห่ง ทั่วประเทศเมียนมาให้สาธารณชนได้รับรู้ แต่ยังระบุรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคล ตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการและผู้ถือหุ้นทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงเจ้าของหุ้น วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ตัวเลขบัตรประชาชน ที่อยู่ และวันเกิด
แม้แพลทฟอร์มนี้ยังอยู่ ข้อมูลต่างๆ ของบริษัทก็ยังพอเข้าถึงได้ แต่รายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคล ไม่มีแล้ว แม้ว่าเคยถูกบางกลุ่มแฮ็คข้อมูลแล้วนำมาเปิดเผยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 เพื่อตอบโต้ที่ทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจในเดือนนั้น
สิ่งที่รัฐบาลทหารเมียนมาพยายามเก็บซ่อน ไม่ให้คนทั่วไปได้รับรู้ ซึ่งจะนำไปสู่การถูกคว่ำบาตรได้ง่าย ก็คือ ความมั่งคั่งของพวกเขารวมถึงเครือญาติ โดยเฉพาะประเด็นที่บริษัทของพวกเขามักได้รับชัยชนะในการประมูลโครงการสุดหรูต่างๆ มากมาย ทั้งในภาคการก่อสร้าง พลังงานแสงอาทิตย์ ไฟฟ้า การสร้างถนนและซีเมนต์
ในช่วงที่มีการก่อรัฐประหาร รัฐบาลสหรัฐก็ได้คว่ำบาตรบริษัทรวมถึงตัวบุคคลในเมียนมาไปแล้วบางส่วน แต่ก็ยังมีบางส่วนที่รอดหูรอดตาไปได้ ขณะที่รัฐบาลทหารเมียนมาก็ดูจะอ่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นนี้ หากมีใครพูดถึงความมั่งคั่งของพวกเขา ซึ่งก็รวมถึงการเปิดโปงทรัพย์สินและบัญชีเงินฝากลูกๆ ของนายพล มินอ่องหล่าย เมื่อเดือนมกราคม ซึ่งทั้งหมดถูกพบในอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพ เป็นของนักธุรกิจชาวเมียนมาที่ถูกจับกุมข้อหาฟอกเงินและขนยาเสพติด
นอกจากนี้ รัฐบาลทหารเมียนมายังกลัวที่จะถูกจับได้ หากคนทั่วไปรู้ว่า พวกเขายึดทรัพย์สินของกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลชุดก่อน แล้วนำทรัพย์สินนั้นมาแบ่งกันเองในกลุ่ม
เนื่องจากถูกตะวันตกคว่ำบาตรไปบางส่วนแล้ว ตอนนี้ รัฐบาลทหารเมียนมาจึงขาดแคลนเงินสด เพราะการลงทุน การช่วยเหลือ การพัฒนาจากต่างชาติ ถูกระงับ พวกเขาจึงเริ่มเทขายทรัพย์สิน โดยจัดตั้งคณะกรรมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เมื่อช่วงกลางปี 2022 แล้วนำทรัพย์สิน 134 รายการ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ และโรงงานต่างๆ ออกมาประมูลขาย ซึ่งผลกำไรจากการขายก็มีแนวโน้มเข้ากระเป๋าพวกเขาอีก
เมื่อปี 2019 คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ รายงานว่า มีกลุ่มบริษัทสองแห่งที่กองทัพเมียนมาเป็นเจ้าของ คือ Myanma Economic Holdings Ltd (MEHL) และ Myanmar Economic Corporation (MEC ) ทั้งสองแห่งมีบริษัทในเครือรวม 106 แห่ง เข้าครอบครองทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจเมียนมา ทั้งโลหะและการทำเหมือง พลังงาน การขนส่ง โรงแรมและโรงพยาบาล โทรคมนาคม สินค้าอุปโภคบริโภค ธนาคารและการเงิน อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงอสังหาริมทรัพย์
กลุ่มบริษัทสองแห่งนี้ ถูกรัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตรไปเรียบร้อย ตลอดจนบริษัทในเครือและบริษัทร่วมทุนอื่นๆ อังกฤษและสหภาพยุโรปก็ร่วมคว่ำบาตรด้วยเช่นกัน สหรัฐและพันธมิตรยุโรปยังคว่ำบาตรลามไปถึงบริษัทที่ระดมทุนให้รัฐบาลทหารหรือองค์กรอื่นๆ ที่นำเข้าอาวุธ ชิ้นส่วนอะไหล่ หรืออุปกรณ์ลาดตระเวณ
ซึ่งทั้งหมดนี้ ส่งผลให้บางบริษัทในเมียนมาต้องสูญเสียเงินไปมาก รวมถึง MyTel บริษัทร่วมทุนกับกระทรวงกลาโหมเวียดนาม ที่สูญเงินไปทุกๆ ไตรมาส นับจากเมียนมาเกิดรัฐประหาร แต่สิ่งนี้ก็ไม่ทำให้รัฐบาลทหารเมียนมายี่หระ เพราะเจ้าหน้าที่กองทัพทุกคนยังคงได้เช็ค จากการเข้าไปลงทุนในบริษัทต่างๆ ทุกเดือน
แต่เป็นที่น่าสนใจว่า นับจากรัฐบาลทหารเมียนมาเทขายรัฐวิสาหกิจในราคาถูกๆ ก็ทำให้มีหลายบริษัทต่างชาติ ดูจะให้ความสนใจ อย่างสิงคโปร์เอง ซึ่งแม้จะร่วมด้วยในการกำราบบริษัทเมียนมาที่นำเข้าอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ในกิจการอื่นของเมียนมา สิงคโปร์กลับไม่สนใจจะคว่ำบาตร และทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็เป็นอีกช่องทางที่ทำให้บริษัทบางแห่งในเมียนมา สามารถหลบหลีกการถูกคว่ำบาตรได้ต่อไป