เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

"กฎ 5 วินาทีเมื่ออาหารตกพื้น" เรื่องจริงที่ช่วยเซฟชีวิต หรือความเชื่อผิดๆ ที่เสี่ยงทำลายสุขภาพ?

15 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

"กฎ 5 วินาทีเมื่ออาหารตกพื้น" เรื่องจริงที่ช่วยเซฟชีวิต หรือความเชื่อผิดๆ ที่เสี่ยงทำลายสุขภาพ?

เกือบทุกคนเคยทำ! ไขปริศนาทางวิทยาศาสตร์ "กฎ 5 วินาที" ยามอาหารหลุดมือตกพื้น ตกลงแล้วมันช่วยเซฟอาหารให้กินต่อได้อย่างปลอดภัย หรือแท้จริงแล้วคือภัยเงียบที่เสี่ยงทำลายสุขภาพในเสี้ยววินาที? เช็กผลวิจัยด่วนก่อนส่งเข้าปากครั้งต่อไป

เกือบทุกคนเคยทำ! ไขปริศนาทางวิทยาศาสตร์ "กฎ 5 วินาที" ยามอาหารหลุดมือตกพื้น ตกลงแล้วมันช่วยเซฟอาหารให้กินต่อได้อย่างปลอดภัย หรือแท้จริงแล้วคือภัยเงียบที่เสี่ยงทำลายสุขภาพในเสี้ยววินาที? เช็กผลวิจัยด่วนก่อนส่งเข้าปากครั้งต่อไป

KEY

POINTS

  • กฎ 5 วินาทีเป็นความเชื่อที่ผิด โดยงานวิจัยชี้ว่าแบคทีเรียสามารถปนเปื้อนอาหารได้ทันทีที่สัมผัสพื้น
  • ปริมาณเชื้อโรคที่ปนเปื้อนขึ้นอยู่กับความชื้นของอาหารและประเภทของพื้นผิว โดยอาหารเปียกที่ตกบนพื้นแข็งจะมีการปนเปื้อนสูงที่สุด
  • เชื้อโรคสามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวได้นานหลายชั่วโมง และยังคงสามารถปนเปื้อนอาหารที่ตกลงมาในภายหลังได้
  • ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทิ้งอาหารที่ตกพื้นไป เพราะการล้างด้วยน้ำเปล่าไม่เพียงพอที่จะทำให้ปลอดภัย และไม่คุ้มกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ

เชื่อว่าเกือบทุกคนเคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว ท่ามกลางช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานหลังจากที่เราเผลอทำแตงกวา ขนมปัง หรือช็อกโกแลตชิ้นโปรดหลุดมือตกสู่วิถีแรงโน้มถ่วงลงไปกองบนพื้น คำพูดแรกที่มักจะผุดขึ้นมาเพื่อปลอบใจตัวเองและคนรอบข้างก็คือ "ไม่เป็นไรหรอก กฎ 5 วินาทียังเซฟทัน!" จากนั้นเราก็รีบหยิบมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปัดฝุ่นเล็กน้อย หรือเอาไปผ่านน้ำก๊อกแปบเดียวแล้วส่งเข้าปากทันที

คำถามสำคัญทางสาธารณสุขที่ถูกถกเถียงกันมาอย่างยาวนานคือ "กฎ 5 วินาที" นี้ มีหลักการทางวิทยาศาสตร์มารองรับ หรือเป็นเพียงแค่กลไกการหลอกตัวเองเพราะเสียดายของกินกันแน่?

สำนักข่าว เดอะ การ์เดียน ได้สืบค้นข้อมูลและพบคำตอบที่อาจทำให้ใครหลายคนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ไปตลอดกาล จากคำแนะนำของ ศ.ดร.จอห์น เทรโกนิง (John Tregoning) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาภูมิคุ้มกันวัคซีนจากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน (Imperial College London) ซึ่งได้หยิบยกงานวิจัยสำคัญ 3 ชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับกลไกการแพร่กระจายของแบคทีเรียมาอธิบายไว้อย่างน่าสนใจ

"กฎ 5 วินาทีเมื่ออาหารตกพื้น" เรื่องจริงที่ช่วยเซฟชีวิต หรือความเชื่อผิดๆ ที่เสี่ยงทำลายสุขภาพ?

เผยกลไกการส่งผ่าน: แบคทีเรียไม่ได้เดินทางช้าอย่างที่คุณคิด

แนวคิดที่ว่าเชื้อโรคต้องใช้เวลาเดินทางมาเกาะอาหารเป็นเวลา 5 วินาทีนั้น ถือเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างรุนแรง ในงานวิจัยชิ้นแรก นักวิทยาศาสตร์ได้จำลองสถานการณ์โดยการนำอาหารหลากชนิด ตั้งแต่ขนมปัง, ขนมปังทาเนย, แตงโม ไปจนถึงขนมเยลลี่กัมมี่แบร์ (Gummy Bears) มาทดลองปล่อยทิ้งลงบนพื้นผิวประเภทต่างๆ เช่น กระเบื้อง, สแตนเลส, ไม้ และพรม ซึ่งพื้นผิวทั้งหมดนี้ได้รับการเคลือบด้วยเชื้อแบคทีเรียเอาไว้

ผลการทดลองชี้ชัดว่า แบคทีเรียสามารถย้ายสำมะโนครัวเข้าสู่อาหารได้ "ในทันที" ที่เกิดการสัมผัส โดยไม่มีการรอเวลาใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพบปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อปริมาณการปนเปื้อน ดังนี้

  • ความชื้นของอาหาร: อาหารที่มีความชื้นสูงและมีน้ำเยิ้ม จะเป็นตัวดูดซับเชื้อโรคได้ดีที่สุด

  • ประเภทพื้นผิว: คู่ผสมที่อันตรายและเกิดการส่งผ่านเชื้อโรคได้น่ากลัวที่สุด คือการที่ "อาหารที่มีความเปียกชื้น ตกกระทบลงบนพื้นผิวเนื้อแข็ง" เช่น การทำแตงโมร่วงลงบนพื้นกระเบื้องหรือพื้นสแตนเลส

"กฎ 5 วินาทีเมื่ออาหารตกพื้น" เรื่องจริงที่ช่วยเซฟชีวิต หรือความเชื่อผิดๆ ที่เสี่ยงทำลายสุขภาพ?

ภัยเงียบที่ตกค้าง: เชื้อโรคอยู่ทนบนพื้นผิวได้นานหลายชั่วโมง

ความน่ากลัวไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเร็วในการเกาะของเชื้อโรคเท่านั้น แต่งานวิจัยชิ้นที่สองซึ่งทำการทดลองโดยใช้ "ไส้กรอกปรุงสุก" ตกลงบนพื้นผิว พบข้อมูลที่น่าตกใจยิ่งกว่า นั่นคือแม้ว่าแบคทีเรียจะถูกทาหรือปนเปื้อนอยู่บนพื้นผิวสแตนเลสหรือกระเบื้องล่วงหน้าไปแล้วหลายชั่วโมง แสตนด์บายรอนักท่องเที่ยวรายใหม่อยู่ แต่มันก็ยังคงสามารถตรงเข้าเกาะเนื้อสัตว์ที่ตกลงมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ศ.ดร.เทรโกนิง อธิบายให้เห็นภาพชัดเจนว่า หากคุณนำเนื้อไก่สดที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคมาวางไว้บนเคาน์เตอร์ทำครัว แล้วยกออก หลังจากนั้นอีก 2 ชั่วโมงถัดมา คุณเผลอทำขนมปังร่วงลงไปตรงจุดเดิม ขนมปังชิ้นนั้นก็จะรับเอาแบคทีเรียจากเนื้อไก่ขึ้นมาทันที ซึ่งตัวแบคทีเรียเองสามารถมีชีวิตรอดและตระหง่านอยู่บนพื้นผิวหน้างานครัวของคุณได้ยาวนานถึงประมาณ 24 ชั่วโมง เลยทีเดียว

ขณะที่งานวิจัยชิ้นที่สาม ซึ่งเป็นการศึกษาในบริบทที่เข้มงวดที่สุดอย่าง "ห้องผ่าตัดในโรงพยาบาล" ได้ทดลองตรวจสอบกฎ 5 วินาทีกับเครื่องมือแพทย์ ผลปรากฏว่าทันทีที่อุปกรณ์ทางการแพทย์หลุดมือศัลยแพทย์ตกสู่พื้น ต่อให้เก็บขึ้นมาในเสี้ยววินาที แพทย์จำเป็นต้องนำเครื่องมือนั้นไปผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและหรือซักฟอกใหม่อีกรอบเต็มระบบเท่านั้น จึงจะปลอดภัยพอที่จะนำกลับมาใช้งานต่อได้ ซึ่งนี่เป็นข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่าบนพื้นไม่มีคำว่า "เขตปลอดเชื้อชั่วคราว"

 

คำแนะนำทางการแพทย์: แค่เอาน้ำล้าง... สะอาดไม่พอ

สำหรับผู้ที่ยังมีความหวังว่า "งั้นเอาไปเปิดน้ำก๊อกไหลผ่านแรงๆ ก็น่าจะกินได้แล้วมั้ง?" ทางผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การล้างด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถการันตีได้ว่าอาหารชิ้นนั้นจะสะอาดและปลอดภัยจากเชื้อโรค

ความเสี่ยงนี้จะยิ่งทวีคูณเพิ่มสูงขึ้นเป็นพิเศษ หากเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงดังต่อไปนี้

  • กลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือติดเชื้อง่าย: เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย
  • บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง: หากคุณเลี้ยงสุนัขหรือแมวที่เดินเพ่นพ่านไปทั่วบ้าน พวกมันอาจจะไปเหยียบย่ำสิ่งปฏิกูล สารเคมี หรือเชื้อโรคอันตรายจากนอกบ้าน แล้วนำมาแพร่กระจายทิ้งไว้บนพื้นห้องรับแขกหรือห้องครัวล่วงหน้าแล้วหลายชั่วโมง โดยที่คุณไม่มีทางมองเห็นด้วยตาเปล่า

บทสรุปในเชิงวิทยาศาสตร์สุขภาพสำหรับเรื่องนี้ ศ.ดร.เทรโกนิง ได้ให้คำแนะนำสั้นๆ แต่เฉียบขาดเกี่ยวกับชิ้นส่วนอาหารที่ร่วงลงพื้นไว้ว่า "ผมคิดว่าคุณต้องตัดใจ และยอมรับความจริงว่ามันกินไม่ได้อีกต่อไปแล้ว" เพราะการเอาสุขภาพร่างกายไปเสี่ยงกับอาการท้องร่วง ท้องเสีย หรือการติดเชื้อในทางเดินอาหาร เพื่อแลกกับอาหารเพียงชิ้นเดียว... อาจเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย