ภัยเงียบที่ตกค้าง: เชื้อโรคอยู่ทนบนพื้นผิวได้นานหลายชั่วโมง
ความน่ากลัวไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเร็วในการเกาะของเชื้อโรคเท่านั้น แต่งานวิจัยชิ้นที่สองซึ่งทำการทดลองโดยใช้ "ไส้กรอกปรุงสุก" ตกลงบนพื้นผิว พบข้อมูลที่น่าตกใจยิ่งกว่า นั่นคือแม้ว่าแบคทีเรียจะถูกทาหรือปนเปื้อนอยู่บนพื้นผิวสแตนเลสหรือกระเบื้องล่วงหน้าไปแล้วหลายชั่วโมง แสตนด์บายรอนักท่องเที่ยวรายใหม่อยู่ แต่มันก็ยังคงสามารถตรงเข้าเกาะเนื้อสัตว์ที่ตกลงมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศ.ดร.เทรโกนิง อธิบายให้เห็นภาพชัดเจนว่า หากคุณนำเนื้อไก่สดที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคมาวางไว้บนเคาน์เตอร์ทำครัว แล้วยกออก หลังจากนั้นอีก 2 ชั่วโมงถัดมา คุณเผลอทำขนมปังร่วงลงไปตรงจุดเดิม ขนมปังชิ้นนั้นก็จะรับเอาแบคทีเรียจากเนื้อไก่ขึ้นมาทันที ซึ่งตัวแบคทีเรียเองสามารถมีชีวิตรอดและตระหง่านอยู่บนพื้นผิวหน้างานครัวของคุณได้ยาวนานถึงประมาณ 24 ชั่วโมง เลยทีเดียว
ขณะที่งานวิจัยชิ้นที่สาม ซึ่งเป็นการศึกษาในบริบทที่เข้มงวดที่สุดอย่าง "ห้องผ่าตัดในโรงพยาบาล" ได้ทดลองตรวจสอบกฎ 5 วินาทีกับเครื่องมือแพทย์ ผลปรากฏว่าทันทีที่อุปกรณ์ทางการแพทย์หลุดมือศัลยแพทย์ตกสู่พื้น ต่อให้เก็บขึ้นมาในเสี้ยววินาที แพทย์จำเป็นต้องนำเครื่องมือนั้นไปผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและหรือซักฟอกใหม่อีกรอบเต็มระบบเท่านั้น จึงจะปลอดภัยพอที่จะนำกลับมาใช้งานต่อได้ ซึ่งนี่เป็นข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่าบนพื้นไม่มีคำว่า "เขตปลอดเชื้อชั่วคราว"
คำแนะนำทางการแพทย์: แค่เอาน้ำล้าง... สะอาดไม่พอ
สำหรับผู้ที่ยังมีความหวังว่า "งั้นเอาไปเปิดน้ำก๊อกไหลผ่านแรงๆ ก็น่าจะกินได้แล้วมั้ง?" ทางผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การล้างด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถการันตีได้ว่าอาหารชิ้นนั้นจะสะอาดและปลอดภัยจากเชื้อโรค
ความเสี่ยงนี้จะยิ่งทวีคูณเพิ่มสูงขึ้นเป็นพิเศษ หากเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงดังต่อไปนี้
บทสรุปในเชิงวิทยาศาสตร์สุขภาพสำหรับเรื่องนี้ ศ.ดร.เทรโกนิง ได้ให้คำแนะนำสั้นๆ แต่เฉียบขาดเกี่ยวกับชิ้นส่วนอาหารที่ร่วงลงพื้นไว้ว่า "ผมคิดว่าคุณต้องตัดใจ และยอมรับความจริงว่ามันกินไม่ได้อีกต่อไปแล้ว" เพราะการเอาสุขภาพร่างกายไปเสี่ยงกับอาการท้องร่วง ท้องเสีย หรือการติดเชื้อในทางเดินอาหาร เพื่อแลกกับอาหารเพียงชิ้นเดียว... อาจเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย