เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

เตือนภัยหน้าฝน! แนะหลัก "ไม่เก็บ ไม่กิน" สยบวิกฤตเมนูเห็ดพิษคร่าชีวิต

31 พ.ค. 2569 | apirak_pra

เตือนภัยหน้าฝน! แนะหลัก "ไม่เก็บ ไม่กิน" สยบวิกฤตเมนูเห็ดพิษคร่าชีวิต

เตือนประชาชนระวังบริโภคเห็ดป่าหน้าฝน หลังพบเสี่ยงอาหารเป็นพิษรุนแรงถึงขั้นตับ-ไตวายเฉียบพลันและเสียชีวิต

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน นอกจากความชุ่มฉ่ำของธรรมชาติแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่เห็ดป่านานาชนิดเจริญเติบโตและออกดอกจำนวนมาก ทำให้หลายพื้นที่มีการเก็บเห็ดจากธรรมชาติมาบริโภคหรือจำหน่ายกันอย่างคึกคัก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเห็ดที่รับประทานได้ ยังมี “เห็ดพิษ” อีกหลายชนิดที่มีรูปร่างและลักษณะคล้ายคลึงกับเห็ดกินได้จนยากต่อการแยกแยะด้วยตาเปล่า ส่งผลให้เกิดการนำมาปรุงอาหารโดยไม่ตั้งใจ และอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพได้

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงออกมาเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการบริโภคเห็ดในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะเห็ดที่เก็บจากป่าหรือขึ้นเองตามธรรมชาติ เนื่องจากทุกปีมักพบผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดพิษ และบางรายมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต

 

เห็ดพิษ ภัยเงียบที่มองไม่ออกด้วยตาเปล่า

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ช่วงฤดูฝนเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดตามธรรมชาติ ทั้งเห็ดที่สามารถรับประทานได้และเห็ดพิษ ซึ่งหลายชนิดมีลักษณะใกล้เคียงกันอย่างมาก จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและเก็บมาบริโภค

ปัญหาสำคัญคือ เห็ดพิษบางชนิดไม่มีลักษณะภายนอกที่แตกต่างจากเห็ดกินได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสี กลิ่น หรือรูปร่าง จึงไม่สามารถใช้การสังเกตด้วยสายตาเพียงอย่างเดียวในการแยกแยะความปลอดภัยได้

นอกจากนี้ ความเชื่อที่สืบทอดกันมาว่าสามารถทดสอบเห็ดพิษได้ด้วยวิธีพื้นบ้าน เช่น การนำช้อนเงินจุ่มลงในหม้อต้มเห็ด การต้มร่วมกับข้าวสาร หรือการใช้ปูนกินหมากป้ายบนดอกเห็ดแล้วสังเกตการเปลี่ยนสี ล้วนเป็นวิธีที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และไม่สามารถใช้ยืนยันได้ว่าเห็ดนั้นปลอดภัยหรือไม่

อาการจากพิษเห็ด มีตั้งแต่ปวดท้องจนถึงเสียชีวิต

ความรุนแรงของพิษจากเห็ดขึ้นอยู่กับชนิดของเห็ดและปริมาณที่รับประทานเข้าไป โดยอาการอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก

กลุ่มแรกคืออาการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาทีจนถึงประมาณ 4-6 ชั่วโมงหลังรับประทาน เช่น

  • วิงเวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ปวดท้อง
  • ถ่ายเหลวหรือท้องเสีย

แม้อาการเหล่านี้อาจดูไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่ก็ไม่ควรละเลย เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการได้รับสารพิษจากเห็ด

ส่วนกลุ่มที่สองเป็นอาการรุนแรง ซึ่งมักเกิดหลังรับประทานเห็ดประมาณ 4-6 ชั่วโมง หรืออาจนานกว่านั้น ได้แก่ ตับวาย ไตวาย อาการชักอย่างรุนแรง หมดสติ และอาจเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

แพทย์เตือนว่า ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการดีขึ้นชั่วคราวหลังจากอาเจียนหรือท้องเสีย แต่สารพิษยังคงทำลายอวัยวะภายในอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ควรนิ่งนอนใจหรือรอดูอาการเองที่บ้าน

หลักง่าย ๆ “ไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน”

เพื่อป้องกันการเกิดโรคอาหารเป็นพิษจากเห็ด นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แนะนำให้ประชาชนยึดหลักสำคัญคือ

“เห็ดไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน”

หลักการดังกล่าวถือเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด เพราะแม้ผู้ที่มีประสบการณ์เก็บเห็ดมายาวนานก็อาจเกิดความผิดพลาดในการจำแนกชนิดของเห็ดได้

นอกจากนี้ ยังควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่

  • ไม่เก็บเห็ดป่าที่ไม่ทราบชนิดมารับประทาน
  • ไม่เก็บเห็ดในพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีทางการเกษตร เนื่องจากเห็ดสามารถดูดซับสารพิษจากสิ่งแวดล้อมมาสะสมในดอกเห็ดได้
  • ไม่รับประทานเห็ดดิบหรือปรุงไม่สุก
  • หลีกเลี่ยงการปิ้งหรือย่างเห็ดที่อาจทำให้สุกไม่ทั่วถึง
  • ระมัดระวังการรับประทานเห็ดบางชนิดร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาจนเกิดพิษได้

สิ่งสำคัญคือ ประชาชนไม่ควรเชื่อว่าการปรุงอาหารด้วยความร้อนจะสามารถทำลายสารพิษจากเห็ดได้ทั้งหมด เพราะสารพิษในเห็ดบางชนิดมีความทนทานต่อความร้อนสูง แม้ผ่านการต้ม ผัด แกง หรือทอดแล้วก็ยังคงเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

 

หากสงสัยว่าได้รับพิษจากเห็ด ต้องรีบพบแพทย์ทันที

กรมควบคุมโรคย้ำว่า หากหลังรับประทานเห็ดแล้วมีอาการผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายเหลว ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ไม่ควรรอให้อาการรุนแรงขึ้น

ในกรณีที่เป็นไปได้ ควรนำตัวอย่างเห็ดที่รับประทาน หรือภาพถ่ายเห็ดดังกล่าวติดตัวไปด้วย เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยชนิดของเห็ดและวางแผนการรักษาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและการเสียชีวิต

 

ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าเสี่ยงกับเห็ดที่ไม่รู้จัก

แม้เห็ดป่าจะเป็นอาหารตามฤดูกาลที่ได้รับความนิยม และหลายชนิดมีรสชาติอร่อยรวมถึงคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่การบริโภคเห็ดที่ไม่สามารถยืนยันชนิดได้อย่างชัดเจน อาจต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสุขภาพที่รุนแรงเกินคาด

กรมควบคุมโรคจึงเน้นย้ำว่า การหลีกเลี่ยงการเก็บและรับประทานเห็ดป่าที่ไม่รู้จักชนิด คือแนวทางป้องกันที่ปลอดภัยที่สุดในช่วงฤดูฝนนี้ เพราะเพียงความผิดพลาดเล็กน้อยในการเลือกเห็ด อาจนำไปสู่ภาวะเจ็บป่วยรุนแรง ตับวาย ไตวาย หรือสูญเสียชีวิตได้

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง