ภาวะสายตาสั้นในเด็ก เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เสี่ยงกระทบการมองเห็นในอนาคต
08 พ.ค. 2569

เผยเด็กไทย 6-12 ปี สายตาสั้นพุ่งร้อยละ 11.1 เตือนภาวะสายตาสั้นสูงเสี่ยงโรคตาร้ายแรงในอนาคต แนะผู้ปกครองพาตรวจสายตาสม่ำเสมอ
Feature & Lifestyle
08 พ.ค. 2569

เผยเด็กไทย 6-12 ปี สายตาสั้นพุ่งร้อยละ 11.1 เตือนภาวะสายตาสั้นสูงเสี่ยงโรคตาร้ายแรงในอนาคต แนะผู้ปกครองพาตรวจสายตาสม่ำเสมอ
ปัญหาสายตาสั้นในเด็กกำลังกลายเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากพบแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ซึ่งพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเด็กยุคปัจจุบัน ทั้งการใช้หน้าจอเป็นเวลานาน การเรียนออนไลน์ และการใช้สายตาระยะใกล้ต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ภาวะสายตาสั้นเกิดเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น
กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ระบุว่า ภาวะสายตาสั้นในเด็กเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายใน เช่น พันธุกรรม และปัจจัยภายนอกจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งถือเป็นภาวะที่ไม่ควรละเลย เพราะนอกจากจะส่งผลต่อการมองเห็นในชีวิตประจำวันแล้ว ยังอาจกระทบต่อสุขภาพตาในระยะยาวหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาวะสายตาสั้น หรือ Myopia เป็นปัญหาสุขภาพตาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลก หรือ WHO คาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2593 ประชากรโลกมากกว่าร้อยละ 50 จะมีภาวะสายตาสั้น และภูมิภาคเอเชียถือเป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มสูงที่สุดในโลก
สำหรับประเทศไทย พบว่าเด็กอายุ 6–12 ปี มีภาวะสายตาสั้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 11.1 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้หน้าจอและการใช้สายตาระยะใกล้เป็นเวลานาน
ภาวะสายตาสั้นไม่ได้หมายถึงเพียงการมองเห็นระยะไกลไม่ชัดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรคตาร้ายแรงในอนาคต เช่น ภาวะจอประสาทตาเสื่อมจากสายตาสั้น จอประสาทตาหลุดลอก ต้อหิน และต้อกระจกก่อนวัย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า ภาวะสายตาสั้นสูง หรือ High Myopia ถือเป็นภาวะที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตาร้ายแรงเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นต้อหิน ต้อกระจกที่เกิดเร็วกว่าปกติ จอประสาทตาฉีกขาดหรือหลุดลอก รวมถึงภาวะจอประสาทตาเสื่อมจากสายตาสั้น
ขณะเดียวกัน ผลกระทบในระยะสั้นก็ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเด็กไม่น้อย เด็กที่มีภาวะสายตาสั้นอาจมองเห็นกระดานเรียนไม่ชัด ส่งผลต่อการเรียนรู้ สมาธิ และประสิทธิภาพในการเรียน บางรายอาจมีอาการปวดตา ปวดศีรษะ หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาเป็นเวลานาน
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้ปกครองสามารถมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงและชะลอการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นในเด็กได้ ผ่านการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการสร้างสมดุลระหว่างการใช้สายตากับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
แนวทางดูแลเด็กเพื่อลดความเสี่ยงสายตาสั้น ได้แก่
ส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง
ฝึกพฤติกรรมการใช้สายตาที่เหมาะสม เช่น พักสายตาทุก 20 นาที เมื่อต้องอ่านหนังสือหรือใช้หน้าจอเป็นเวลานาน
พาเด็กตรวจสายตาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงวัยเรียน
การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นถือเป็นเรื่องสำคัญ เช่น เด็กมองกระดานไม่ชัด ต้องหยีตาเวลามองไกล นั่งใกล้โทรทัศน์มากผิดปกติ หรือบ่นปวดตาบ่อย ๆ หากพบอาการเหล่านี้ควรพาไปตรวจสายตากับจักษุแพทย์
แพทย์หญิงสุมาลิน ตรัยไชยาพร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานจักษุวิทยา กล่าวว่า ปัจจุบันมีหลายแนวทางในการชะลอการเพิ่มของสายตาสั้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมการใช้สายตา การใช้แว่นตาชะลอสายตาสั้น ยาหยอดตา รวมถึงอุปกรณ์เฉพาะทางทางจักษุวิทยา
ทั้งนี้ ภาวะสายตาสั้นไม่ใช่เพียงปัญหาที่แก้ไขได้ด้วยการใส่แว่นเท่านั้น แต่ถือเป็นโรคเรื้อรังของดวงตาที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต
ข่าวล่าสุด