นวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยและการรักษา
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยให้การวินิจฉัยทำได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (EGD) การกลืนสารทึบรังสี (Upper GI study) หรือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) รวมถึงการทำอัลตราซาวนด์ผ่านกล้อง (EUS) เพื่อประเมินระยะของโรค
ด้าน นายแพทย์ธนิจ เลาหวินิจ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมทั่วไป สถาบันมะเร็งแห่งชาติ อธิบายว่ายุทธวิธีการรักษาจะปรับตามระยะของโรค
-
ระยะแรกเริ่ม: สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องส่องทางปากเฉพาะจุด วิธีนี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตน้อยและมีโอกาสหายขาดสูง
-
ระยะลุกลาม: การรักษาจะซับซ้อนขึ้น อาจจำเป็นต้องผ่าตัดหลอดอาหารออก ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและอาจมีผลข้างเคียงตามมา
-
ระยะที่ไม่สามารถผ่าตัดได้: แพทย์จะใช้วิธีการฉายแสงร่วมกับเคมีบำบัดในการรักษา
แนวทางป้องกันและดูแลตนเอง
มะเร็งหลอดอาหารป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง ประชาชนทั่วไปควรดูแลสุขภาพตามหลักสุขอนามัยที่ดี ดังนี้
-
งดบุหรี่และแอลกอฮอล์: ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นหลักของมะเร็งหลายชนิด
-
ปรับนิสัยการกิน: หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนจัดจนลวกผิวสัมผัส งดของหมักดองและอาหารรสเค็มจัด
-
คุมน้ำหนักและกรดไหลย้อน: การดูแลไม่ให้เป็นโรคอ้วนจะช่วยลดความเสี่ยงชนิด Adenocarcinoma ได้อย่างมีนัยสำคัญ
-
ดูแลสุขภาพองค์รวม: รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ท้ายที่สุด หากคุณเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือเริ่มมีอาการผิดปกติทางการกลืน อย่าปล่อยทิ้งไว้ การเข้ารับการคัดกรองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ตรวจพบโรคได้เร็ว เพิ่มโอกาสในการหายขาด และช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง