เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

เจาะลึก ‘มะเร็งหลอดอาหาร’ ภัยเงียบที่มากับพฤติกรรม เช็กสัญญาณเตือนก่อนลุกลามเกินเยียวยา

16 เม.ย. 2569

เจาะลึก ‘มะเร็งหลอดอาหาร’ ภัยเงียบที่มากับพฤติกรรม เช็กสัญญาณเตือนก่อนลุกลามเกินเยียวยา

เผย "มะเร็งหลอดอาหาร" พบมากอันดับ 8 ในชายไทย เตือนพฤติกรรมดื่มเหล้า-สูบบุหรี่-กินของร้อนจัด ปัจจัยเสี่ยงสำคัญทำเซลล์กลายพันธุ์ แนะเช็กสัญญาณกลืนลำบาก-น้ำหนักลด ก่อนสายเกินแก้

แม้ "มะเร็งหลอดอาหาร" จะไม่ใช่โรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น แต่สิ่งที่น่ากังวลคืออัตราการเสียชีวิตที่ยังคงพุ่งสูง เนื่องจากความซับซ้อนในการรักษาและผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์เมื่อสายเกินไป ในประเทศไทยมรณภัยชนิดนี้ติดอันดับที่ 8 ของมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชาย การเข้าใจถึงปัจจัยเสี่ยงและหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายจึงเป็นเกราะคุ้มกันด่านแรกที่สำคัญที่สุด

 

รู้จักมะเร็งหลอดอาหาร: การกลายพันธุ์ที่คาดไม่ถึง

มะเร็งหลอดอาหาร (Esophageal Cancer) คือการที่เซลล์เยื่อบุภายในหลอดอาหารเกิดการกลายพันธุ์และเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้อร้าย หากปล่อยทิ้งไว้จะลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง หรือแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดและระบบน้ำเหลืองไปยังอวัยวะที่ห่างไกล เช่น ตับ ปอด และกระดูก

โดยทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามสาเหตุและปัจจัยกระตุ้น

  • ชนิด Squamous Cell Carcinoma: มีต้นเหตุจากการระคายเคืองของผนังหลอดอาหารเรื้อรัง มักสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การบริโภคเครื่องดื่มที่ร้อนจัด อาหารรสเค็มจัด ของหมักดอง หรือผู้ที่มีประวัติเคยฉายแสงบริเวณคอและหน้าอก โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงอย่างชัดเจน

  • ชนิด Adenocarcinoma: มีปัจจัยเสี่ยงสำคัญมาจากภาวะกรดไหลย้อนเรื้อรัง ภาวะโรคอ้วน และการสูบบุหรี่ ซึ่งทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของเซลล์บริเวณส่วนปลายของหลอดอาหาร

สัญญาณอันตรายและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่ามะเร็งหลอดอาหารพบเป็นอันดับที่ 14 ของโลก โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออก สำหรับในประเทศไทยแม้สถิติจะน้อยกว่าบางประเทศ แต่กลับพบมากในกลุ่มผู้ชายไทยและมักตรวจพบในระยะลุกลาม แตกต่างจากประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ที่มีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่าเนื่องจากตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

เรืออากาศเอกนายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลถึงสัญญาณเตือนและกลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการคัดกรองตั้งแต่อายุ 40-50 ปีขึ้นไป ดังนี้

  • ผู้ที่มีอาการกลืนติด กลืนลำบาก หรือรู้สึกเจ็บขณะกลืน

  • มีอาการอาเจียนเป็นเลือด หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบครั้งแรกเมื่ออายุเกิน 50 ปี

  • ผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนเรื้อรังติดต่อกันนานกว่า 5 ปี

  • ผู้ที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำนานกว่า 10 ปี

  • หากมะเร็งลุกลามอวัยวะข้างเคียงอาจทำให้เกิดการสำลักเวลากลืน เสียงแหบ หรือคลำพบก้อนได้ตามคอ

นวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยและการรักษา

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยให้การวินิจฉัยทำได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (EGD) การกลืนสารทึบรังสี (Upper GI study) หรือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) รวมถึงการทำอัลตราซาวนด์ผ่านกล้อง (EUS) เพื่อประเมินระยะของโรค

ด้าน นายแพทย์ธนิจ เลาหวินิจ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมทั่วไป สถาบันมะเร็งแห่งชาติ อธิบายว่ายุทธวิธีการรักษาจะปรับตามระยะของโรค

  • ระยะแรกเริ่ม: สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องส่องทางปากเฉพาะจุด วิธีนี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตน้อยและมีโอกาสหายขาดสูง

  • ระยะลุกลาม: การรักษาจะซับซ้อนขึ้น อาจจำเป็นต้องผ่าตัดหลอดอาหารออก ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและอาจมีผลข้างเคียงตามมา

  • ระยะที่ไม่สามารถผ่าตัดได้: แพทย์จะใช้วิธีการฉายแสงร่วมกับเคมีบำบัดในการรักษา

 

แนวทางป้องกันและดูแลตนเอง

มะเร็งหลอดอาหารป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง ประชาชนทั่วไปควรดูแลสุขภาพตามหลักสุขอนามัยที่ดี ดังนี้

  • งดบุหรี่และแอลกอฮอล์: ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นหลักของมะเร็งหลายชนิด

  • ปรับนิสัยการกิน: หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนจัดจนลวกผิวสัมผัส งดของหมักดองและอาหารรสเค็มจัด

  • คุมน้ำหนักและกรดไหลย้อน: การดูแลไม่ให้เป็นโรคอ้วนจะช่วยลดความเสี่ยงชนิด Adenocarcinoma ได้อย่างมีนัยสำคัญ

  • ดูแลสุขภาพองค์รวม: รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ท้ายที่สุด หากคุณเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือเริ่มมีอาการผิดปกติทางการกลืน อย่าปล่อยทิ้งไว้ การเข้ารับการคัดกรองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ตรวจพบโรคได้เร็ว เพิ่มโอกาสในการหายขาด และช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง