เตือนภัยตักบาตรปีใหม่! เมนูยอดฮิตทำพระเสี่ยงโรคเรื้อรัง
01 ม.ค. 2569

เบื้องหลังการทำบุญตักบาตรปีใหม่ที่น่ากังวล กรมการแพทย์เผยสถิติพระสงฆ์อาพาธด้วยโรคเรื้อรังพุ่งสูง ชี้สาเหตุหลักจากอาหารหวาน มัน เค็ม แนะปรับเปลี่ยนเมนูถวายพระเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน
Feature & Lifestyle
01 ม.ค. 2569

เบื้องหลังการทำบุญตักบาตรปีใหม่ที่น่ากังวล กรมการแพทย์เผยสถิติพระสงฆ์อาพาธด้วยโรคเรื้อรังพุ่งสูง ชี้สาเหตุหลักจากอาหารหวาน มัน เค็ม แนะปรับเปลี่ยนเมนูถวายพระเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน
การทำบุญตักบาตรถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมสำคัญของสังคมไทย โดยเฉพาะในช่วงวันขึ้นปีใหม่ ที่พุทธศาสนิกชนจำนวนมากตั้งใจเริ่มต้นปีด้วยการถวายอาหารแด่พระสงฆ์สามเณร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังภาพความตั้งใจดีนั้น กลับมี “ข้อเท็จจริงด้านสุขภาพ” ที่น่ากังวล เพราะอาหารที่ประชาชนนิยมใส่บาตรจำนวนไม่น้อย กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักให้พระสงฆ์เผชิญกับโรคเรื้อรังอย่างเงียบ ๆ
ข้อมูลจากกรมการแพทย์ชี้ชัดว่า อาหารที่นิยมถวายในปัจจุบันมักเป็นอาหารรสจัด หวาน มัน เค็ม และมีไขมันสูง เช่น อาหารผัดทอด แกงกะทิ ขนมหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก ซึ่งอาหารลักษณะนี้หากรับประทานเป็นประจำ ย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า โรคที่พบในพระสงฆ์จำนวนมากล้วนเกี่ยวข้องกับโภชนาการโดยตรง ได้แก่
ประเด็นสำคัญคือ พระสงฆ์สามเณรไม่สามารถเลือกอาหารฉันเองได้ อาหารที่ได้รับในแต่ละวันจึงขึ้นอยู่กับญาติโยมเกือบทั้งหมด ความตั้งใจทำบุญด้วยอาหารอร่อย หากขาดความตระหนักด้านโภชนาการ อาจกลายเป็นการส่งต่อความเสี่ยงทางสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
รายงานการตรวจสุขภาพพระสงฆ์สามเณร ประจำปี 2568 จากโรงพยาบาลสงฆ์ สะท้อนสถานการณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยพบว่า พระสงฆ์จำนวนมากมีภาวะเสี่ยงและอาพาธจากโรคเรื้อรัง ดังนี้
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความจริงว่า พระสงฆ์ไม่ได้เผชิญเพียง “โรคจากอายุ” แต่กำลังเผชิญ “โรคจากอาหาร” ซึ่งสะสมต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน
นายแพทย์อภิชัย สิรกุลจิรา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ ชี้ให้เห็นว่า อาหารที่มีพลังงานสูงแต่คุณค่าทางโภชนาการต่ำ สามารถทำร้ายสุขภาพพระสงฆ์โดยตรง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขณะเดียวกัน ยังพบภาวะทุพโภชนาการร่วมด้วย สะท้อนว่าแม้ได้รับอาหารปริมาณมาก แต่กลับขาดสารอาหารที่จำเป็น
ภาวะดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย แต่ยังกระทบต่อการปฏิบัติศาสนกิจ การศึกษาพระธรรม และคุณภาพชีวิตโดยรวมของพระภิกษุสามเณร
กรมการแพทย์และโรงพยาบาลสงฆ์ จึงเน้นย้ำให้ประชาชนปรับมุมมองการทำบุญ จาก “อร่อย ถูกปาก” เป็น “ดีต่อสุขภาพ” โดยแนะนำให้ถวายอาหารครบ 5 หมู่ และเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น
การเลือกอาหารเหล่านี้ ไม่ได้ลดคุณค่าของการทำบุญ แต่กลับเพิ่ม “คุณค่าทางสุขภาพ” ให้กับผู้รับอย่างแท้จริง
ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 หน่วยงานด้านสาธารณสุขขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนตระหนักว่า การใส่บาตรไม่ใช่เพียงพิธีกรรม แต่เป็นการดูแลพระสงฆ์สามเณรในอีกมิติหนึ่ง อาหารที่เราหยิบใส่บาตรในยามเช้า อาจกำหนดสุขภาพของพระไปอีกหลายปี
การทำบุญที่แท้จริง จึงไม่ใช่แค่ “อิ่มใจผู้ให้” แต่ควรเป็น “ปลอดภัยและยั่งยืนต่อสุขภาพผู้รับ” ด้วยเช่นกัน
ข่าวล่าสุด