svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Exclusive

ตรวจวัดอาการพรรคการเมืองหาเสียง ได้ก้อนอิฐ หรือ ดอกไม้ ?

08 ม.ค. 2569

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการด้านการเมืองชื่อดัง สรุปภาพรวมการลงพื้นที่หาเสียงของพรรคการเมืองในช่วงสัปดาห์แรกของปี 2569 พบหลายพรรค "เปลี่ยน DNA" การนำเสนออย่างน่าสนใจ โดยมีทั้งพรรคที่ได้รับ "ดอกไม้" จากความถ่อมตัว และพรรคที่เริ่มเจอ "ก้อนอิฐ" จากกลยุทธ์ที่ผิดที่ผิดทาง

8 มกราคม 2569 ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถ่ายทอดมุมมองการปรับตัวของพรรคการเมืองลงพื้นที่หาเสียงพบประชาชนในช่วงสัปดาห์แรกของปี 2569 

เปรียบเทียบกับอารมณ์ความรู้สึก บุคลิกแต่ละพรรคไว้ดังนี้   

พรรคเพื่อไทย  : "เรียบร้อยถ่อมเนื้อถ่อมตัว"

พรรคเพื่อไทย ปรับทั้งรูปแบบและท่าที นอกจากการเปลี่ยนตัวคน เขายังปรับบุคลิกไม่ใช่เพื่อไทย ที่ดูอหังการเหมือนอดีตว่าต้องเป็นพรรคอันดับหนึ่งต้องแลนด์สไลด์ 

วันนี้เพื่อไทยค่อนข้างจะมาแบบเจียมเนื้อเจียมตัว แล้วสไตล์ "อาจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" ที่บุคลิกเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว และพรรคพยายามชูจุดขายทุกวันนี้ คือความเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ความเป็นคนเรียบง่าย แต่มีภาพวิชาการ มีหลักการ มีความคิด ในการนำเสนอที่ต้องมุ่งเอาชนะ ก็กลับเป็นพรรคประนีประนอมพร้อมร่วมทุกพรรคเป็นรัฐบาลได้ เชื่อว่านี่เป็นเป้าหมายหลักของพรรคเพื่อไทยขอกู้สภาพตัวเองให้กลับมาเป็นรัฐบาลก่อน

ตรวจวัดอาการพรรคการเมืองหาเสียง ได้ก้อนอิฐ หรือ ดอกไม้ ?

พรรคประชาธิปัตย์  : “น่ารักอบอุ่น เฟรนด์ลี่  ยินดีต้อนรับ” 

การกลับมาของ "คุณอภิสิทธิ์"  และคนเก่า คนแก่ ของพรรค เป็นการกลับมา แบบเจียมเนื้อเจียมตัว ขอสักยี่สิบห้าที่นั่งไม่ให้น้อยกว่าครั้งที่แล้ว  

เราจึง เห็นท่าทีของคุณอภิสิทธิ์วันนี้ก็ไม่ได้เป็นคนที่แข็งกร้าวอะไร ค่อนข้างประนีประนอมในระดับหนึ่ง ไม่ได้มีท่าทีแบบว่า "ฉันคือพรรคใหญ่" คือ อดีตนายกฯมาก่อนขนาดนั้น 

เมื่อลงพื้นที่ก็แสดงความเป็นกันเอง จะได้บรรยากาศของการตอบรับอย่างน้อยบรรยากาศในการเจอกันในสนามเลือกตั้งบนท้องถนนดูอบอุ่น แล้วพอภาพที่ถ่ายทอดออกมา ทำให้คนรู้สึกว่าประชาธิปัตย์เป็นความหวังหนึ่งที่เลือกได้ ถ้าเราไม่เน้นว่าต้องเลือกใครไปเป็นรัฐบาล ไปเป็นนายกฯ เราอยากมี สส. ที่เข้าไปเป็นตัวแทนของประชาชน มีพรรคทางเลือกอย่างประชาธิปัตย์ก็เป็นทางเลือกที่น่ารักน่าลุ้น

ตรวจวัดอาการพรรคการเมืองหาเสียง ได้ก้อนอิฐ หรือ ดอกไม้ ?

 

 

ภูมิใจไทย  :  “สบายๆ ชิลชิล แน่นอนมั่นคง” 

เราจะเห็นว่าภูมิใจไทยไม่ต้องโหมกระหน่ำทำพื้นที่ ลงพื้นที่เปิดเวทีอะไรมากมาย โดยเฉพาะนายกฯ สบายมากเลย มีหน้าที่อะไรในคณะรัฐมนตรีก็ทำไปแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว มีปัญหาอะไรแทรกเข้ามาก็เข้าไปจัดการในฐานะรัฐบาลที่ยังทำงานอยู่

ท่านก็จะอาศัยโอกาสอันดี เช่น ปีใหม่ที่ผ่านมา แทนที่จะไปเดินตลาดแจกโบรชัวร์ใช่ไหม ท่านก็แต่งตัวชุดทหารแล้วก็ไปเยี่ยมทหารที่ชายแดนอะไรอย่างนี้ 

ตรวจวัดอาการพรรคการเมืองหาเสียง ได้ก้อนอิฐ หรือ ดอกไม้ ?

พรรคประชาชน :  "เหมือนโลกสองใบ "

ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี เพราะว่าสองอารมณ์  คือคนที่เป็นฐานพรรคประชาชนด้วยกันก็คือเข้าไปสวมกอดให้กำลังใจแล้วก็เห็นภาพแบบนั้น แต่คนที่เขาอยู่ฝั่งตรงข้ามเลย เขาก็ก้าวร้าวใส่เลยนะ เขาก็ตั้งคำถามแรง ๆ ไม่ต้อนรับนะ

คือ พรรคประชาชนเหมือนอยู่กับโลกสองใบ เดินไปบนเส้นทางที่มีแต่แฟนคลับก็แบบชุ่มชื่นอบอุ่นเปรมปรีย์มากมีความหวัง แต่ถ้าเกิดเดินหลงผิดทางเข้าไปซอยของฝ่ายตรงข้ามนี่ก็เละ

ตรวจวัดอาการพรรคการเมืองหาเสียง ได้ก้อนอิฐ หรือ ดอกไม้ ?

กลยุทธ์หาเสียง ปชน. ผิดฟอร์มหรือไม่

ดร.สติธร  ยังขยายความเพิ่มเติม กรณีพรรคประชาชนวางกลยุทธ์หาเสียงในครั้งนี้ไว้ด้วยว่า รอบนี้พรรคประชาชน หมายมั่นปั้นมือว่า จะใช้วิธีเรียกคะแนน เน้นว่าต้องการเข้ามาเป็นรัฐบาล ขายตัวบุคคลมากขึ้น ทั้งแคนดิเดต ทั้งผู้สมัคร

"เราจะเห็นว่ารอบนี้ พรรคประชาชนมาแปลก ผิดฟอร์มหรือเปล่าไม่รู้ หรือว่าตั้งใจ เพราะป้ายหาเสียงเชิงนโยบายไม่เห็นเลย นโยบายส่วนใหญ่อยู่ในมือผู้สมัครกับแกนนำที่ลงพื้นที่ และคอยไปแจกจ่ายประชาชนทำให้ “พรรคประชาชน” ไม่มีความแตกต่างกับพรรคอื่นเมื่อเทียบกับครั้งก่อน"

คือ เขากังวลกับคำวิพากษ์วิจารณ์มากเกินไปจนทำให้รูปแบบในการหาเสียงรอบนี้กลายเป็นขึ้นป้ายหน้าคนแล้วเอาคนไปเดินแจกนโยบาย ซึ่งถามว่าผิดปกติไหม ก็จริงๆการเมืองเขาก็ทำกันแบบนี้ล่ะ แต่เป็นการเมืองของพรรคอื่นไม่ใช่สไตล์พรรคประชาชน เราเคยเห็นแต่สีส้มมีป้ายเชิงนโยบาย เชิงความคิดขายก่อนแล้วคนค่อยลงไป

วันนี้ก็กลายเป็นว่าพอลงพื้นที่ นโยบายไม่ได้ชัด คนก็จะถาม แล้วก็จะขุดเรื่องเก่าเข้ามาย้อนถาม เช่น นโยบายเศรษฐกิจมีไหม ทำไมไม่สนใจเศรษฐกิจปากท้อง ไปสนใจทำไม แก้รัฐธรรมนูญ และรู้หรือยังทหารมีไว้ทำไม  ทำนองนี้ กลายเป็นว่าคนจะไปตั้งคำถามกับพรรคว่า เห็นพรรคคุณไม่เห็นมีนโยบายอะไรเลย เดินหาเสียงอะไรเนี่ย? มาปลุกกระแสอะไรเนี่ย? กลายเป็นอารมณ์นั้นแทน หมายความว่าพรรควางแผนมาแบบหนึ่งคล้ายกับวางแผนมาแบบแก้เกมข้อผิดพลาดจุดอ่อนครั้งก่อน แต่ปรากฏว่าลงไปในพื้นที่ คนไม่ได้คาดหวังกับพรรคแบบนั้น

ตรวจวัดอาการพรรคการเมืองหาเสียง ได้ก้อนอิฐ หรือ ดอกไม้ ?

วันนี้ เราจะพบว่า พรรค ปชน. คงต้องถอยหลังกลับไปขบคิดกันใหม่ว่าจะปรับยุทธศาสตร์อย่างไรกับเวลาที่เหลือซึ่งยังพอมี

ส่วนจะมีผลต่อการลดลงเพิ่มขึ้นของคะแนนหรือไม่นั้น ดร.สติธร มองว่า ขึ้นอยู่กับ พรรค ปชน.จะปรับกลยุทธ์ระดับไหน คือวันนี้ เราเห็นว่าเขาเหมือนมีความรู้สึกว่าจังหวะและเวลามันไม่ได้ กับวิธีการ

“เขาพยายามปรับแต่ว่าสิ่งที่ปรับเหมือนกับแผนที่เตรียมไว้อยู่ในกระเป๋า กลัวไม่ได้ใช้ สิ่งที่ปรับตอนนี้คือโอเคแคนดิเดต เราไม่เปรี้ยงปร้างเหมือน "คุณพิธา" ตอนปี 66  การไปลงพื้นที่หาเสียงกระแสการตอบรับจากผู้คนก็ดูกลายเป็นเนกาทีฟแคมเปญไปซะอย่างนั้น  กลายเป็นคำถามเชิงลบโต้กลับมาหาพรรค”

ตรวจวัดอาการพรรคการเมืองหาเสียง ได้ก้อนอิฐ หรือ ดอกไม้ ?

สิ่งที่พรรคสู้ต่อ คือ ใช้วิธีเปิดตัวบุคคล เช่น ว่าที่รัฐมนตรียุติธรรม ว่าที่รัฐมนตรีการต่างประเทศ เหมือนว่าเขาเปิดมาแล้ว แป๊กหรือเปล่า หรือยังไม่โดน ยุทธศาสตร์เปิดผู้บริหารเป็นสิ่งที่เขามองคู่เทียบคือพรรคภูมิใจไทยทำและประสบความสำเร็จก็คือ การเปิดตัว 3 รัฐมนตรีตั้งแต่ตอนตั้ง ครม.แล้วก็ต่อเนื่องมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับในทางที่ดี คนรู้สึกมีความเชื่อมั่นว่าได้ "ภูมิใจไทย" เป็นรัฐบาลอย่างน้อย 3 กระทรวงหลัก ซึ่งตอนนี้คนให้ความสำคัญผู้บริหารที่เป็นมืออาชีพ เชื่อมือได้

ในขณะที่พรรคประชาชนสมัยเป็นพรรคก้าวไกล ก็เคยถูกตั้งคำถามว่าคุณชนะเลือกตั้งมาที่หนึ่งตั้งรัฐบาลจริง  แต่ ครม.ของพรรคไหว หรือ ฟันน้ำนมหรือเปล่า บุคลากรของคุณโตพร้อมหรือยัง มารอบนี้เขาก็เหมือนเตรียมการที่อยากจะมีบุคลากรในระดับบริหารที่เป็นที่น่าเชื่อถือเป็นที่เชื่อมือของประชาชนมาสู้บ้าง

แต่คราวนี้ จังหวะและเวลาในการเปิดมันก็อาจจะไม่ดีพอ ในขณะเดียวกันการสร้างตัวของพรรคประชาชนขึ้นมาตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่ เขาสร้างขึ้นมาจากคนธรรมดา คนที่มีความคิดมีความฝัน คนที่มีความหวังกับการเมืองแบบใหม่ คนที่คิดเชิงนโยบายแบบประเด็นปัญหา แล้วก็มาระดมสมองกันเพื่อพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เป็นร่างกฎหมาย แล้วเวลาเขาทำงานนิติบัญญัติ เขาอาศัยพวกนี้ทำแล้วประสบความสำเร็จ แต่วันนี้เขาลืมเอาจุดแข็งพวกนี้มาใช้ กลับไปเอาคนนอกมาสวมหมวกรัฐมนตรี ว่าที่รัฐมนตรี ทั้งที่มีทีมบริหารภายในที่ทำเรื่องนโยบายอยู่แล้ว

ตรวจวัดอาการพรรคการเมืองหาเสียง ได้ก้อนอิฐ หรือ ดอกไม้ ?

วันนี้เวลาเปิดตัวคนนอกเลยเกิดปรากฏการณ์ สองแบบ

หนึ่งเปิดมาถ้าปังก็แล้วไป เป็นที่ยอมรับ คนที่เคยเป็นด้อมส้มยอมรับด้วยกันได้ก็แล้วไป เช่น อาจารย์มุนิน แต่พอเปิดขึ้นมาแล้วมีปัญหา เช่นท่านว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศ มีคนไปขุดเรื่องในอดีตมาวิจารณ์อย่างนี้ ก็จะย้อนกลับไปที่ตัวพรรคว่า คนในพรรคจะพูดว่านี่ไงคนในพรรคก็มี เราก็เคยคิดนโยบายด้านการต่างประเทศกันมาด้านความมั่นคงกันมา ทำไมไม่เอาคนทำงานในพรรคกันมาตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่ต่อเนื่องกันมาเป็นว่าที่รัฐมนตรี ไปเอาคนนอกมาทำไม

วันนี้ก็เลยอีหลักอีเหลื่อว่าตกลงจะเปิดคนนอกหรือจะเปิดคนในมันก็เลยบางวันเปิดคนในบางวันเปิดคนนอกมันวุ่นวายกันไปหมดตอนนี้ เพราะว่ายังหาจุดลงตัวไม่เจอ คือถ้าอย่างนี้ในระยะประมาณหนึ่งเดือนก่อนเลือกตั้งยังพอพลิกแก้ไปแก้มาได้ แต่การลองผิดลองถูกแบบนี้ทุกวันไม่ได้ ต้องถึงจุดที่ต้องนิ่งเพื่อเป็นฐานแล้ววางเพื่อให้กระแสทะยานขึ้นไป