สแกนบ้านใหญ่ บ้านใหม่ "สติธร" เปิดสูตรคำนวณชนะเลือกตั้ง2569 EP.1
06 ม.ค. 2569 | prisana_tha

สแกนบ้านใหญ่พลังบ้านใหญ่ บ้านใหม่ บทเรียนเลือกตั้ง 66 ถึงเลือกตั้ง 69 ปรับเกมรุก สู้กระแส "สติธร" เปิดสูตรคำนวณชนะเลือกตั้ง EP.1
Exclusive
06 ม.ค. 2569 | prisana_tha

สแกนบ้านใหญ่พลังบ้านใหญ่ บ้านใหม่ บทเรียนเลือกตั้ง 66 ถึงเลือกตั้ง 69 ปรับเกมรุก สู้กระแส "สติธร" เปิดสูตรคำนวณชนะเลือกตั้ง EP.1
จุดชี้วัดของการเลือกตั้งทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้เลย เป็นการแข่งขันของผู้สมัครที่ยังยึดโยงตระกูลใหญ่ ถ่ายทอดกันจากรุ่นสู่รู่นยึดครองพื้นที่ มักประสบความสำเร็จในการคว้าเก้าอี้เข้าสภา
แต่ทว่า การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 เริ่มมีสัญญาณเตือนถึงบ้านใหญ่การเมือง กำลังประสบความล้มเหลวต่อคู่แข่งที่มีแต้มต่อทางกระแสความนิยม ซึ่งพิจารณาได้จากผลการลงคะแนนแต่ละสนาม
ท่ามกลางคำถาม ในการเลือกตั้ง2569 ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 บ้านใหญ่ทางการเมืองปรับกลยุทธ์รับสถานการณ์ดังกล่าวนี้ หรือไม่อย่างไร
ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉายภาพการเคลื่อนไหวของตระกูลการเมืองไว้อย่างน่าสนใจ
“เราเห็นปรากฏการณ์การเลือกตั้งเมื่อ ปี 2566 พบว่าบ้านใหญ่ จำนวนไม่น้อยสู้กระแสไม่ไหว พ่ายแพ้ระเนระนาด โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดรอบๆ กรุงเทพฯ ปริมณฑล หรือยาวไปทางภาคตะวันออก จะเห็นว่าสีส้มครองทั้งหมด”
“นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี อาจจะไม่ทั้งจังหวัด สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ไล่ไปทางภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ถึงไม่ได้กวาดทั้งจังหวัด ก็เป็นส่วนใหญ่ คือ บ้านใหญ่แพ้ เพราะว่าบ้านใหญ่ไปลงกับพรรคต่างๆ แต่ว่าสู้กระแสพรรคก้าวไกล(ขณะนั้น) ไม่ได้ พอบาดเจ็บกันมา เขาก็รู้สึกว่าต้องปรับยุทธวิธี”
เลือกตั้ง 66 บ้านใหญ่แพ้เพราะแข่งกันเอง
ดร.สติธร บอกว่า บ้านใหญ่มีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งที่แตกต่างจากกลุ่มการเมืองอื่นๆ ทำให้เขาสามารถรักษาอำนาจความเป็นบ้านใหญ่ได้ยาวนาน คือ การปรับตัวเก่งกับการเมือง
“เหมือนเลือกตั้ง 69 รอบนี้ เริ่มเห็นว่า บ้านใหญ่เรียนรู้จากเลือกตั้งปี 66 ว่าแพ้เพราะอะไร จำนวนไม่น้อยประเมินว่า แพ้เพราะไปแข่งกันเอง บ้านใหญ่แข่งบ้านใหม่ ด้วยความที่บ้านใหญ่มีความเนื้อหอม พรรคการเมืองอยากมาดิวด้วย เขาดิวบ้านหลังหลักไม่ได้ เขาก็ไปบ้านเสริมๆต่างๆ ก็ดูมีปีกกล้าขาแข็งดี ทำไมไม่แยกตัวออกมาอยู่กับพรรคเรา เกิดกรณีที่หลายกลุ่มหลายก้อน เคยเป็นบ้านใหญ่ อยู่ด้วย แยกกันมาอยู่คนละพรรค แล้วก็ตัดคะแนนกันเอง สุดท้ายแพ้คะแนนกระแส”
บ้านใหญ่-บ้านใหม่รวมตัวเฉพาะกิจ
ท่ามกลางคำถาม เมื่อเห็นปรากฎการณ์พรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่ปี 2562 มาถึง 2566 บ้านใหญ่เริ่มพ่ายกระแสพรรคการเมืองขั้วตรงข้าม จะพิจารณาแก้เกมกันอย่างไร เรื่องนี้ ดร.สติธร เปิดเผยถึงกลยุทธ์การรวมตัวเฉพาะกิจ
“หลายบ้านใหญ่คะแนนที่แพ้เลือกตั้งไป ระดับสูสีกับอันดับหนึ่ง เพียงแต่ว่าไปไม่ถึง ถ้าคะแนนแบบนี้ตามสภาวะปกติต้องชนะ เช่น ได้สามหมื่นกว่าเกือบสี่หมื่นในเขตเลือกตั้ง แต่พอเจอช่วงเวลา ที่กระแสไหลรวมอยู่ที่เดียวกันหนักๆ ทะลุสี่หมื่นกว่าเราแพ้ ทั้งที่ทำการบ้านมาดี
“จะต้องแก้มืออย่างไร เขาก็มองลงไปเห็นถัดจากเขา อันดับสามอันดับสี่อันดับห้า มีคะแนนหลักหมื่นหลักพัน ไล่ลงไปเขาก็มองเห็นแล้วว่า ถ้าไปรวบรวมเอากลุ่มเหล่านี้ มาอยู่กับเรา เขาก็ทำการเมืองสไตล์เหมือนเรา เพียงแต่ว่าตำบลนั้น อำเภอนั้นเขาคุม เขาแยกตัวจากเราไป ปล่อยให้เขาคุม วันหนึ่งเขาไปอยู่กับอีกพรรคหนึ่ง ไม่อยู่กับเรา ก็ต้องเวลา มีพรรคการเมืองมาคุยกับเรา เราก็บอกว่าถ้าเอาเราไปมีความเสี่ยงเพราะว่าถ้ากระแสแรงจริง เราก็ไม่ไหวเหมือนกัน พรรคต้องช่วยไปประสานเอาอีกกลุ่มมาได้หรือไม่ ดีกว่าแข่งกันไปแข่งกันมาแล้วแพ้ทั้งคู่
นักการเมืองมีสูตรคำนวณแพ้-ชนะเลือกตั้ง
ดร.สติธร อธิบายว่า เขาก็จะมีการคิดคำนวณแบบนี้
1.คำนวณจากผลการเลือกตั้งปี 2566
2.คำนวณการเลือกตั้งท้องถิ่นต่างๆโดยประเมินว่า สามารถคุมเสียงได้หรือไม่
3. เมื่อพบพื้นที่ไหนยังไม่แน่ หรือเป็นของอีกกลุ่ม มีโอกาสไปชวนมาได้
“เราเริ่มเห็นว่า เขตเลือกตั้งหนึ่ง อาจจะมีการแข่งกันสัก 4-5 พรรค ต่อไปจะเหลือเต็มที่ 3 พรรค พูดง่ายๆ บ้านใหญ่บ้านใหม่ มีแนวโน้มรวมกัน อาจจะยังมีแตกแถวออกไปบ้าง แต่ก็อยู่ในระดับ 3 ทีมแข่ง ดีกว่า 5 ทีมแข่ง” ดร.สติธร กล่าวทิ้งท้าย